Tuesday, December 1, 2009

คลุกฝัน


คลุกเคล้าเงาฝัน--ในชีวิตมีจังหวะสารพัน หนึ่งในนั้นคือการพิชิตฝัน--ทีละก้าว ทีละฝัน
ฝันนั้นคือขบวนการ--ก้าวเดินผ่านเส้นทางในชีวิต การเดินทางเป็นโอกาสสร้างสัมพันธ์ สร้างศรัทธา การเดินทางเป็นแบบฝึกหัดให้รู้จักเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลง พบมา ลาจาก เพื่อให้ยินดีกับคุณค่าของการมีอยู่ และ จากไป เดินทางผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านผู้คนหลากหน้าตา
ได้เรียนรู้แบบฝึกหัดสดๆ ตรงๆในชีวิต ขอบคุณฤดูกาล ขอบคุณความเบิกบานในใจ
ความหนาวเร้าเร่งให้ขอบคุณ และ คิดถึงด้านตรงข้ามของชีวิต อยู่เมืองหนาวๆคิดถึงไออุ่นของแสงแดด เนื้อกายหยาบแห้ง ถ้าได้แสงแดดหอมๆ ยามเช้า แตะนิดแตะหน่อย ผิวน่าจะผ่องขึ้น ถ้าได้แสงแดดซักหน่อย ได้เห็นแสงทอทอดเป็นทอง ส่งประกายตรงลึกลงไปยังหัวใจ --ได้หวังว่าชีวิตจะสมดุลขึ้น
ความร้อนเรียกหาความเย็น ถ้าอยู่ที่ร้อนๆ ชื้นๆ นานๆ ระอุระอึง อัดอัดใจ ความเย็นผ่านมาซักหน่อยจะช่วยไล่ความอืดปนหนืดในชีวิต ร่มไม้ชายคาผ่อนกิ่งก้าน ใหญ่พอที่เราจะวิ่งเอาตัวไปเข้าร่ม หวังให้ตัวเย็น ให้ใจเย็นขึ้นอีกนิด --ได้หวังว่าชีวิตจะสมดุลขึ้น

คลุกหนาวเคล้าร้อน ชีวิตเรียกร้องขานรับให้เดินทางต่อไป ให้สนุกกับการสร้างสรร กับวินัย กับความรับผิดชอบ กับการรวมตัว รวมหน้าตาของหลากหลายฤดูกาล ให้ชีวิตกระทบชีวิต เปิด ดึง หัวใจให้เห็นความมี ได้ ใคร่รู้ ให้ขบวนการเดินทางไปคลุกเคล้าเงาฝัน เป็นส่วนหนึ่งของการเติบโต ของการเปลี่ยนแปลง

Thursday, November 26, 2009

สาวอีสาน


เมื่อวันก่อนได้อ่านบทความ online จากหนังสือพิมพ์ภาษาไทย เป็นเรื่องสัพเพเหระ เกี่ยวกับชีวิตคนเมืองหลวง-- กรุงเทพ เมืองที่เราเกิดและเติบโต รู้จักเกือบทุกซอกทุกมุม รู้ใจคนเมือง----อ่านบทความเรื่องความสลับซับซ้อนของกรุงเทพ ของชีวิตในเมืองหลวง ยิ่งทำให้คิดถึงภาพชีวิตในอดีต สมัยเป็นนักศึกษา นั่งเหม่อมองสายน้ำเจ้าพระยา บางคราแอบหนีจากวิชาที่ไม่ชอบไปนั่งเรียนรู้จักโลกที่ระเบียงวัดพระแก้ว ไปแอบฟังฝรั่งพูดภาษาอังกฤษ เกือบสามสิมปีที่เมืองนั้น ความซับซ้อนที่ซ่อนอยู่ในความงดงาม เคลื่อนไหว อิ่มตัว อิ่มใจ ทำให้เรารักเมืองหลวงได้ไม่ยาก
ชีวิตเติบโต ผ่านไปตามวัย การทำงาน ตามประสบการณ์ชีวิต ชีวิตโสดกระโดดเป็นชีวิตคู่ คู่กับคนต่างภาษาต่างวัฒนธรรม จากกรุงเทพ เดินทางผ่าน--พัก--- ไปทำงาน ตะลุยไปหลายจังหวัด ทั่วทุกภาคของประเทศไทย ไปถึงประเทศลาวเพื่อนบ้านใกล้เคียง งานสุดท้ายได้สอนหนังสืออยู่ที่มหาวิทยาลัยที่จังหวัดเชียงราย ทางภาคเหนือของไทย จากนั้นเข็มชีวิตเปลี่ยนให้ไปอยู่ North America เกือบห้าปี

เดินทางผ่านหนาว ผ่านลม ห่มฝน เห็นแดดเดินมาใจเริงร่าเปลี่ยนไปเป็นคนละคน พอแดดผ่านใจเริ่มคืนสู่ภาวะแห่งความจริง--คิดถึงแม่---อยากกลับบ้าน

ถึงครานี้ลมหนาวหนุนผ่านให้กลับบ้าน กลับเมืองไทย ไปอยู่ใกล้ๆแม่ผู้ซึ่งมีบ้านเกิดอยู่อีสาน จังหวัดกาฬสินธุ์ คราวนี้ลมพัดแรง ตัดสินใจถอนราก เก็บของลงกล่อง จากดีซีกลับอีสาน

โอ้ ตื่นเต้น ตื่นใจ

คราวหน้าจะได้อ่านบทความใหม่ๆจากมุมมองของสาวอีสาน---คงไม่นานเกินใจรอ

Monday, November 23, 2009

กล่าวคำ ล่ำลา

ล่ำลา จากพา คือส่วนหนึ่งของการพานพบ
ผูกมิตร เริ่มสร้างสัมพันธ์ ต่อสายใย สายสวยๆ นั้นให้งดงาม งอกเงย
คืนวัน ผันนำเหตุการณ์ ดี ทุกข์ สุข ต่อประสาน
ชีวิตเปลี่ยนแปรไปทุกโมงยาม มิตรภาพเดินตามประสบการณ์
ล่ำลา คือ จังหวะ คือ ชีพจร ที่หมุนต่อ ตามผลัดใบ ในการเดินทาง

Sunday, November 15, 2009

พาไปดูโลก

พาไปดูโลก สังเกตทุกความเคลื่อนไหว กาย ใจ จิตวิญญาณ
เปิดประตู แตะหัวใจ เดินทางออกไปพร้อมความเปลี่ยนแปลง
เดินพาไปดูโลก ให้เห็นทั้งโชค ทั้งโศก เห็นโลกหมุนตามกระแส
เห็นใจปรวนแปร ใจที่ไม่เที่ยงแท้ อาจกลายหายห่าง ไม่เห็นโลกเต็มใบ
ความคิดใหม่ๆ ดึงหัวใจไปดูโลก อีกใบ โลกที่ว่า อาจไม่ใช่โลกที่เคยคุ้น
แต่โลกใบใหม่จะช่วยกระตุ้นความคิดให้แตกใบ
พาไปดูโลก ชะโงกหน้าออกไปไกลๆตัว มองเห็นให้ไกลทั่ว
ให้โลกรอบตัว นำหัวใจให้เบ่งบาน

Friday, November 13, 2009

ย้ายราก ย้ายใจ

นั่งมองกล่องกระดาษ เกลื่อนกลาดเต็มห้อง แต่ละกล่องเก็บหนังสือหลายภาษา สมุดบันทึกการเดินทาง สมุดจดงาน อีเมล์จากหัวหน้า และ เพื่อนร่วมงาน การ์ดวันเกิด ภาพถ่ายบุคคล สถานที่ ธรรมชาติ รวมไปถึง บัตรดูหนัง ดูกีฬา โบรชัวร์จากพิพิธภัณฑ์หลายๆแห่ง เมนูร้านอาหารสารพัน นิตยสารตกแต่งบ้านและการทำอาหาร ใบเสร็จจากร้านของชำ กระดาษแต่ละแผ่นแฝงเรื่องราวธรรมดาๆในชีวิตประจำวัน รวมไปถึงความฝันที่แอบคำนึงถึง

นี่คือส่วนหนึ่งของขบวนการย้ายราก เก็บข้าวของทั้งหมด ที่เก็บได้ ใส่ลัง ผนึกตรา ส่งกลับบ้านเกิด เมื่อสี่ห้าปีก่อนก็ทำแบบนี้ ย้ายจากเชียงรายมาอเมริกา วันนี้ย้ายจากวอชิงตันดีซีกลับกาฬสินธุ์ ไปอยู่ใกล้ๆแม่

ไปปลูกร่าง สร้างรากใหม่ กลับไปหาอากาศ อาหารที่เคยคุ้นชิน ไปสร้างงาน สร้างใจ สร้างความฝัน

ไปทำความเข้าใจตัวเองและชีวิต อีกครั้งหนึ่ง



Tuesday, October 27, 2009

ให้เลือดเลี้ยง

ให้เลือด หล่อ เลี้ยง ประคอง ร่องรางในชีวิต
น้ำเย็นพัดผ่าน กายา เปลี่ยนปรับ ตามด้วยน้ำอุ่น
ร่างกาย และ หัวใจตระหนักถึงการสับรางชีวิต ตระหนักว่าขณะนี้คือภาวะแห่งการเรียนรู้
บางวันเดินออกไปดูโลก หัวใจห่อเหี่ยว บางวันชีวิตเป็นเช่นนั้นเอง
บางวันรู้สึกขอบคุณ ชีวิต ยิ่งกว่าสิ่งมหัศจรรย์ใดๆในโลก เพราะการมีลมหายใจผสมความหวัง
คือพลังอันยิ่งใหญ่ คือความมหัศจรรย์
บางวัน พลังหนืด แผ่แผงยาวเหยียด ต้องรีบสะบัดทิ้ง
บางวัน ชีวิตเต็มไปด้วยความธรรมดา สามัญ เพียงให้เลือด หล่อ เลี้ยง กาย และ ใจ
ก็รู้สึกขอบคุณเกินถ้อยคำบรรยาย

Sunday, October 25, 2009

ใจหาย


ใจหาย--
ต้องรีบหายใจเข้า ออก อย่างสงบๆ เพื่อรวบรวมความคิด ความสัมพันธ์ในช่วงสองเดือนสุดท้ายที่อเมริกา
วันนี้แดดดี รีบเดินลัดเลาะ รอบเมือง แอบถ่ายรูปธรมชาติ ผู้คน ถนน และ ตึกตรา เต็มสองข้างทาง
ในใจคิดว่า เดี๋ยวก็จะไม่ได้เห็นที่นี่อีก มือสั่งใจให้รีบเก็บภาพ บันทึกความรู้สึกในแผ่นฟิล์ม
รูปเรื่องเห็นเมืองเล่าความเป็นไปในชีวิต ที่นี่คือที่อยู่ พัก หลับ กิน ทำงาน
เมืองนี้คือที่พักอาศัย หายใจ ที่วางจิตวิญญาณ ทุกที่สวยงาม ทุกที่เป็นบ้านพักชั่วคราว
วางใจไว้ตรงกลาง ผายมือขึ้นสู่ฟากฟ้า ขอบคุณชีวิตที่ดี
สองเท้าเดินสนุกๆ วันนี้เมืองสวย เห็นแล้วช่วยปัดละมุนความรู้สึกขุ่นเคืองที่เคยมี
คิดดีๆว่า เราทุกคนต้องมีชีวิตอยู่เพื่อต่อเติมความดี
แม้รู้ว่าการจากลาคือส่วนหนึ่งของการเดินทาง กระนั้นก็อด-ใจหายมิได้


ความทรงจำ-ในใจ

ความทรงจำเป็นกรุสมบัติอันนวลนุ่มในชีวิต--ในการเรียนรู้
เรื่องราวใหญ่ๆเล็กๆ สนุก สุข ทุกข์ เศร้าหมองหม่น ล้วนเป็นอารมณ์ ที่แปรเป็นความทรงจำ
มิตรภาพใหม่ๆ การพบปะสังสรรค์ระหว่างคนต่างวัฒนธรรม เปิดตาดูโลกสองข้างทางอย่างพินิจพิเคราะห์
การได้ยิน ได้ฟังเรื่องราวจากคนต่างถิ่น การต่อสู้-ในชีวิตประจำวัน แรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต ศิลปะในการอยู่กับธรรมชาติ การเปิดรับความเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล ความตื่นเต้นที่ก่อตัวจากความไม่คาดฝัน
การพยายามสร้างทางเดินใหม่ๆในชีวิต และอีกหลากล้านความทรงจำ
ทั้งหมดจะครองใจไปอีกนาน เรื่องทั้งหมดคือสาระของชีวิตต่างถิ่น ในวันธรรมดา




Friday, October 23, 2009

รอยต่อ

รอยต่อ ระหว่างปัจจุบันกับอนาคตมีเส้นใย มีสายใจของความตื่นตัว ตื่นเต้นในใจ
ความสด-ใหม่ของอนาคตที่ไม่อาจคาดเดาได้ เป็นฐานรองรับน้ำหนักใจปัจจุบัน- ให้สงบนิ่ง
รอยต่อเชื้อเชิญวิญญาณแห่งการสร้างสรรให้ออกมาสู่เวทีแห่งชีวิต เวทีแห่งความคิดในการใช้ชีวิตอีกครั้ง
รอยต่อที่เชื่อมระหว่างความต่าง-และความเหมือน-ทางวัฒนธรรม วาดภาพชีวิตให้งดงาม
ระหว่างรอยต่อในการเดินทางไปสู่ก้าวต่อไปในชีวิต บางทีสิ่งที่เราตามหาอาจไม่ใช่จุดหมายต่อไป
แต่เป็นการเรียนรู้ที่จะอยู่อย่างสนุกและสงบกับการเดินทางไปสู่จุดหมายนั้นต่างหากที่ทำให้รอยต่อมีเสน่ห์
ปราศจากร่องรอย ระหว่างทาง เราอาจไม่ล่วงรู้ถึงความสำคัญของการเดินทาง-ในชีวิต


Thursday, October 22, 2009

ภาพสงบๆ

เห็นธรรมชาติกว้างใหญ่ ไกลสุดลูกหูลูกตา
เห็นใจสงบๆเดินตามมา
ต้นไม้ใหญ่ มีใบผลัดผลิเปลี่ยนสี เปลี่ยนปี
เห็นความงามของชีวิต เงียบๆ
ภาพสงบๆเติมน้ำ เติมพลังใจให้ชีวิต หมุนต่อ
สวยซึ้งคือของขวัญ รางวัลในชีวิตเรียบง่ายคือ การมองออกไป ไกลๆ ให้เห็นภาพสงบ

Tuesday, October 20, 2009

คุณค่าแห่งประสบการณ์

ปริบปลายในปีกแห่งประสบการณ์ชีวิต กระพริบ วิบวับ เห็นชีวิตที่ดี เห็นหัวใจงดงาม
เห็นคุณค่าของชีวิต-ลึกขึ้น เมื่อหยุด มอง ฟัง นิ่งคิด อีกครั้ง ถึงอารมณ์ในวันคืน
ถึงความหมายของการตีความในแต่ละบท แต่ละตอน วันชื่น คืนศุกร์เศร้า
ชีวิตเปี่ยมคุณค่า เปี่ยมประสบการณ์ เปี่ยมลมหายใจ และความฝัน
ชีวิตที่แตกต่าง เร่งปัญญาให้แก่กล้า ให้คิด ให้เข้าใจ
คุณค่าจับวัด จัดราคาหามิได้ เพราะการตีความ และ โอกาสในการเรียนรู้จากประสบการณ์คือของขวัญจากสวรรค์ คุณค่าไม่อาจหาได้จากเงินตรา มีมาก มีน้อย หาใช่มาตราวัด -ความสุข หรือ ความสำเร็จ
งานการแห่งความหมาย ความสัมพันธ์ เคารพ ผูกพัน ไมตรีที่ยื่นหยิบให้กันและกันคือคุณค่า
จับจิต จับความคิดให้นิ่งๆ คุณค่าของประสบการณ์ในชีวิตหาได้จากความสัมพันธ์
กับทุกสิ่งรอบๆตัวที่รายล้อมรอบๆหัวใจ

Monday, October 19, 2009

ลมหนาวนี้สีอะไร

ลมหนาว โปรยผ่าน หนาวนานพัดมา แตะผิว อดสงสัยไม่ได้ว่า ลมหนาวนี้เจือสีอะไร
เรารับรู้-รูปร่างของลมผ่านทางซอกนิ้วมือ ปลายติ่งหู ปะทะสองแก้ม
ลมเบาๆ --แผ่วผ่านมาเป็นกลุ่มเป็นกองทัพ
ร่างกายผันสัมพันธ์-สัมผัสลมหนาวๆ อารมณ์เปลี่ยน แปรตามอุณหภูมิของความคิด และ ของโลก
อารมณ์ภายนอกปะทะกับการปรับตัวในใจ
หวนคิดไม่ได้ว่า นอกจากรูปร่างของลมที่ไม่อาจสัมผัสด้วยตาแต่ซึมซับรับรู้ผ่านผิวกาย ผิวใจแล้ว
ลมเจือสีอะไร ไฉนจึงพัดมาพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงเกือบทุกครา หรือลมหนาวไม่มีสี --
แต่ใจเราเฝ้าสังเกต จับความเปลี่ยนแปลง-ในชีวิต จึงตีอกชกตัว โยนความผิด ให้ลม ฝน ฟ้า อากาศ
สีสรรของใจเราแปรตามกระแสลมหรืออย่างไร

Sunday, October 18, 2009

You Are What You Eat, Really?

นั่งนับสัญชาติและเชื้อชาติอาหารที่บรรจงตักเข้าปาก เข้าท้อง ตั้งแต่มาอยู่ที่อเมริกา
นับได้ดังนี้---
อาหารไทย ลาว จีน (บ่อยที่สุด) พม่า เวียดนาม เนปาล อินเดีย ปากีสถาน เอธิโอเปีย อิตาเลียน
เยอรมัน ฝรั่งเศส เมซิกัน เปรู กรีก ญี่ปุ่น อาฟกานิ และอื่นๆอีกหลายหลาก
นับได้ไม่ต่ำกว่าสิบชาติ "ถ้าตัวเราเป็นเหมือนที่เรากิน"
นั่นจะหมายความว่าเราเป็นประชากรของโลก หรือเป็นอะไรกันแน่ เพราะกินหลากหลายเหลือเกิน
ถ้าสิ่งที่กิน-แปรเปลี่ยนเป็นสารอาหารแห่งความคิด และ ความเข้าใจระหว่างชนชาติเราน่าจะจัดเทศกาลอาหารนานาชาติ-เชิญทุกๆท่านมาร่วมสังสรร ล้อมวง
ฟัง กิน พูด คิด เขียน เคี้ยว กลืน แบบนานาชาติ เรียนรู้ รับ เลือกสิ่งที่น่าประทับใจของกันและกันมาเป็นคุณค่า มาเป็นของขวัญ ให้เพื่อนร่วมโลก
วันดีคืนดีไม่รู้จะกินอะไร ตัดสินใจง่ายๆ กินข้าวกับไข่เจียวฟูฟ่อง กลมกรอบ อร่อยจนลืมอิ่ม
อ้อ--เกือบลืมนับอาหารเจ และ อาหารโคเชอร์ (kosher!!!!)

You Are What You Eat, Really?

ได้ยินเสียงหัวใจ-หายใจ

หัวใจกลืนความฝัน ปั่น ปลุก ปั้น
คืนนี้เห็นร่างเงาของเสียงเรียกจากภายใน
เห็นจังหวะของลมหายใจเข้าๆ ออกๆ ผ่านปลายความคิด ผ่านชีวิต ผ่านไปตามลำธาร
เรามีหน้าที่ มนุษย์ทุกผู้คนมีหน้าที่ -มีความหวัง และ ความฝัน
เราอดถามใจลึกๆว่า อยากเดินพยุงหน้าที่ ภาระ ความฝัน และ การเผชิญโชค ให้เป็นไปตามฤดูกาลอย่างไร
สายตามองผ่านหมู่ไม้กลุ่มใหญ่ สูงตระหง่าน สานความคิด
ลมหนาวปลิวผ่านร่องคอ ถ้าไม่มีผ้าฝ้ายผืนหนาๆ อุ่นอบ ปกปิดร่องคอ คงต้องกึ่งเดิน กึ่งวิ่ง เพื่อให้ถึงบ้านเร็วขึ้น ไม่อยากให้ความหนาวทำลายความฝัน
ปีนี้ เข้าหนาวปีที่ห้า ห้วใจเข้มแข็ง เติบโต สุข อุ่น ตามประสบการณ์ชีวิต และ การยอมรับความเปลี่ยนแปลง ยินดีค้อมคำนับให้กับการหมุนเวียนของฤดูกาล และ ความคิด
กระนั้น ความฝันกลับยิ่งเต็มกล้า เพราะถ้าหลายฤดูผ่าน หากแต่ฝันยังไม่บรรลุ มนุษย์ยิ่งต้องหาญกล้า ทำงานหนักขึ้น ถามตัว และ หัวใจ นิ่งเงียบๆ ฟังเสียง-ลมหายใจ ฟังเสียงเรียกร้องภายใน
ฟังเสียงชีวิต



คำถาม

What is next? คือคำถามที่ผุดขึ้นมาในหัวใจเงียบๆ
สำหรับคำถามบางคำถาม เราไม่ต้องการคำตอบ-ในทันที
ความสงสัยที่จ่อจมอยู่ปลาบปลายก้นบึ้งแห่งความคิด สมอง และหัวใจ กระตุ้นให้ใคร่ถาม
หลายครา-คำตอบอาจไม่ใช่สิ่งที่ต้องการ ไม่ใช่คุณค่าฉับพลัน
คำถามต่างหากคือตัวเร่งเร้า ให้สงสัยในจังหวะชีวิต ให้แสวงหาความสัมพันธ์
ให้ฉงนกับการเดินทางไปสู่ทิศทางที่เราไม่อาจกำหนดได้เสมอไป
เหมือนมีคนเคยบอกว่า เราไม่อาจเปลี่ยนทิศทางลมได้-แต่เราคือผู้จับปรับใบพัดแห่งกังหันชีวิตให้ไปสู่ทิศทางที่มุ่งหมายได้ --
What is next? คือปฐมบทของชุดความคิด และการพยายามทำความเข้าใจในชีวิต-ขณะนี้
บางทีการหัดตั้งคำถามอาจทรงค่ายิ่งกว่าการรู้คำตอบทั้งหมด-

What is next?

Saturday, October 17, 2009

Liberty-หอมหวาน

Liberty มีกลิ่นหอมหวาน ทำให้เราอดแอบบรรจง จับชิ้นส่วนของความฝันมาแปรรูปเป็นความคิด
ระยะนี้ ครุ่น คำนึงถึง การเดินทางไปสู่อิสรภาพ-ทางความคิด
คลายใจช้าๆ สลัดกังวลทิ้งลงแผ่นดิน กรนกลัว รัวเรียงหน้าเข้ามา ไม่ต้องผวา
ผ่อนกายา ยิ้มให้กับโลกใบใหญ่ และ ใบจ้อยในหัวใจ- ความกลัวคือตัวเรา เงาของความคิด จับจิตผิดเอง
ไม่มีอะไรน่ากลัวเท่าความคิดของตัว
ไม่มีอะไรวิเศษ สวยงามเท่าความคิดของตัว
ไม่มีอะไรฝ่าล้อมความมั่นใจได้เท่าความคิดของตัว
ไม่มีอะไร ใส บริสุทธิ์ อ่อนน้อม ถ่อมตัวเท่า-ใจ-ของเรา
Liberty อาจเป็นเหมือนตัวแทนของเด็กน้อยในร่างผู้ใหญ่
ชอบออก ซอกแซก เดินทาง ตามหาหนทางใหม่ๆ ที่ทำให้ใจลิงโลด
Liberty ดึงใจให้คงที่ อิสรภาพทางความคิดคือสมบัติอันละเมียดที่จับต้องได้
ยิ่งคิด ยิ่งมีอิสรภาพ--หอมหวาน อยู่ที่ลมหายใจ และ การตีความ

Friday, October 16, 2009

The Journey

การเดินทาง-ในชีวิต ไม่ว่าจุดหมายจะอยู่ที่ไหน บางครั้งเรารู้สึกเหมือน-ยิ่งใกล้ ยิ่งไกล
ยิ่งไกลเพราะขบวนการ ระยะเวลาในการเดินทางต้องผ่านการดิ้นรน ทนร้อน ฝ่าหนาว หนักเอา เบาดี
เดินทางไป เจอเส้นทางตะปุ่ม ลุ่มๆดอนๆ ใจดวงน้อย แอบตั้งคำถามว่าเมื่อไหร่จะถึงจุดหมาย
เดินไปพักบ้าง สลับกันตามกำลังกายผสมกำลังอายุ จะรู้สึกไกลถ้าคำนึงถึงแต่หลักไมล์
ยิ่งใกล้เพราะเส้นทางที่ผ่านไป จากหนึ่งเป็นสอง สอนให้เห็นคุณค่าของการเดินทาง อารมณ์ผสมการเรียนรู้สะกิดหัวใจให้เต้นสนุกๆ สองรวมอีกหนึ่งเป็นสาม อีกไม่กี่โมงยาม จุดหมายที่มุ่งมั่นตั้งใจจะไป ใกล้เป็นความจริง การเดินทางในชีวิตมีหลากมิติทั้งใกล้และไกล ไม่ว่าเส้นทางที่เดินจะเป็นเช่นไร เปิดหัวใจให้ใคร่รู้ ใคร่คิด คำนึง ทำ ประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้ผ่านแต่ละเส้นทาง คือ ความใกล้ในความไกล

Thursday, October 15, 2009

พลังของความเปลี่ยนแปลง

วันนี้หัวใจเผยยิ้ม ดวงตาเริงร่า ดวงใจอบอุ่น-เป็นพิเศษ ด้วยมวลแห่งความเปลี่ยนแปลงแอบกอด-รัดรอบตัว
พลังใจ พลังใหม่ในชีวิตสัมผัสได้อย่างผาสุขจากการตัดสินใจ-กลับบ้าน
เลือกความเปลี่ยนแปลงเป็นจุดหมายต่อไปในชีวิต อีกสองสามเดือนจะกลับบ้านเกิด
ใจดี ดีใจ ตุบๆ หัวใจเต้นด้วยความปิติ การได้กลับบ้านที่จากไปนานเหมือนปลายเท้าได้กลับไปสัมผัสสะพาน-ไม้ เก่า ผุ กร่อน ร่อนฝุ่น แต่เต็มไปด้วยเรื่องราวที่เราเคยเดินผ่านมา นับครั้งไม่ถ้วน การเดินทางกลับบ้านเก่ามีเรื่องราว ความทรงจำเป็นเครื่องลาง-อันเร้าใจ ให้ได้สัมผัสอีกครั้ง ตัวเรา และ สะพาน ผ่านเรื่องหลากมากมาย ไม่เหมือนเดิม ปีผ่าน สังขารเพิ่ม สะพานผุพังกระนั้น การได้กลับบ้านนำปิติมาสู่ใจอย่างประหลาด งดงาม เกินคำบรรยาย
แต่กว่าจะถึงบ้าน ยังต้องผ่านการเดินทางอีกหลายก้าว แต่ละก้าวจะได้พลังสดใสใหม่คืนมา
น่าแปลกที่ชีวิต-ทั้งด้านนอก และ ด้านใน ผลิใส แตกใบ ได้จากความคิดง่ายๆ ความคิดที่จะเปลี่ยน

Freedom is the Breath of Life

คำพูดของท่าน คานธี ติดหัวใจ Freedom is the Breath of Life
พินิจผ่านปลายลมสะอาด ลมหายใจเลี้ยง หล่อหลอมชีวิต
ลมหายใจใสงามนำความคิดเชิงบวกมาใส่กระเป๋าความคิด
ความคิดถูกกระตุ้นจากลมหายใจ เอาแรงบัลดาลชีวิตไปรวมกับอ็อกซิเจน
สูดเอาแรงบันดาลฝัน แรงจูงใจจับชีวิตให้ละเมียด
ลมหายใจคืออิสระแห่งวิญญาณ-ความฝัน และ ชีวิต
การเดินทางในชีวิตมีความอิสระของลมหายใจนำหน้า
หากใครใครได้ก้าวเดินตามทางที่ผู้อื่นขีดไว้ให้ -เนิ่นนาน
อาจถึงเวลาที่ผู้นั้นจะเริ่มเลือกมีอิสระภาพแห่งชีวิต
เลือกหายใจ ตามจังหวะของการชี้นำจากข้างใน-จากจิตวิญญาณ
ทุกลมหายใจเข้าออก เป็นโอกาสของการเบ่งบานของดอกไม้
ทุกลมหายใจเข้าออกสลักปลาย เปิดเปลือกใหม่ให้ชีวิตด้านในเติบโต
ให้อิสระภาพเป็นหลักชัยของชีวิต
ให้ลมหายใจเป็นประตูไปสู่การเดินทางแห่งอิสระภาพ

Wednesday, September 30, 2009

ออกเดินทาง-ต่อ

เส้นทาง-ในชีวิต มีให้วิ่ง ให้เดิน--หลากหลาย เลือกซะ เลือกทางเดิน แล้วเริ่มเดินทางต่อ
เลือกแล้ว ทำใจให้สบาย เพราะไม่ว่าทางไหน ถ้าตัน ก็เลือกทางใหม่ได้อีก
นี่คือความหัศจรรย์ของการเดินทาง-ในชีวิต
เดินมาก เหนื่อยหนัก ลำบากใจ เปลี่ยนพัก หันหามุมใหม่ๆ ให้ความคิดโล่งโปร่ง
สร้างสรรค์ ให้พลังใจถ่ายเท ให้พลังงานย้ายถ่ายให้ถูกที่
ทางที่เลือกคือกรอบให้เดิน ให้ประสบการณ์ กุมหัวใจให้เปิดกว้างๆ
ให้ความไม่รู้ ไม่คุ้นชิน ไม่เคย เป็นของขวัญ เป็นตั๋ว-ตีตราไปสู่ความตื่นใจ ที่ชีวิตจะได้ค้นพบเส้นทางใหม่ๆ
ไม่ว่าจะเลือกทางไหน ขอให้เดินต่อไปให้ดี จบเส้นทางนี้ยังมีเส้นทางใหม่ ให้ก้าวต่อไป

Tuesday, September 29, 2009

ทีละนิด

ทีละนิด คือ ความคิด แขน ขา ของความฝัน ทำทีละนิด จากหนึ่ง เพิ่มเป็นสอง
ทีละนิด ให้ มิติ ชีวิต ที่ราบลื่น สมดุล สอนให้เข้าใจภาพใหญ่ ภาพรวม เริ่มจากการทำทีละนิด
ทีละนิด เปิดความอดทนเต็มประตู หนึ่งวัน มีพลังเท่าใด ก็ให้ทำแค่นั้น ทีละนิด ก็พอ
ทีละนิด จากหนึ่งปี แปรผันเป็นปีที่ห้า อยู่อเมริกา ทีละนิด วันละนิด
ทีละนิด คือผู้กำกับ ที่อยู่เบื้องหลัง ความฝันอันเบ่งบาน สบายหัวใจ อิ่มใจ ถ้าได้ทำตามฝันทีละนิด

Monday, September 28, 2009

พลังเย็นๆ

วันนี้ อยากเขียนเรื่องพลังใจ รู้สึกได้เหมือนไฟเย็นๆ วูบวาบผ่านมา แววแวบแปลบปลาบ จับ เห็น รู้สึกได้ หัวใจเต้นแรง ส่งข่าวไปบอกทางเมืองไทยว่าวางแผนจะกลับบ้าน น้องตอบมาว่า ยินดี ยินดี เร็วรี่กลับมาสิ ยินดีต้อนรับ กลับบ้าน ได้ยินแค่นี้กลับดีใจเนื้อเต้น เหมือนได้พลังไฟเย็นๆ มาชุ่มโชลมหัวใจ
คิดไปคิดมา---
อยู่ที่ไหนก็ดีได้ ประสบการณ์ในชีวิตต่างถิ่นสอนให้เคารพความแตกต่าง ให้ตั้งคำถาม ให้หยุดด่วนตัดสินสิ่งที่เห็นจากเปลือกนอก สอนให้เข้าใจความอ่อนแอของร่างกาย และ หัวใจ สอนให้พยายาม และ อดทน
อยู่ที่ไหนก็ทำประโยชน์ให้กับตน โลก และสังคมได้ ถ้าตั้งใจทำ แม้งานน้อยนิด กลับมีค่ามหาศาลถ้าใส่ใจ-จริงๆ
แต่ คิดไปคิดมา
อยู่ที่ไหนก็ไม่สบายเหมือนอยู่บ้านเกิด ใกล้ครอบครัว เพื่อน สังคม วัฒนธรรม ห่างบ้านไปไกล ความอุ่นใจมีมากขึ้น เมื่อรู้ว่าอีกไม่กี่เดือนจะได้กลับบ้าน ซะที
อุ่นใจเหมือนได้พลังไฟเย็นๆ มาลุ้นกระตุ้นให้ทำชีวิตในปัจจุบันให้ดี
คิดไปคิดมา กลับบ้านเราก็เข้าท่าดี


Saturday, September 26, 2009

ฤดูแห่งชีวิต

ฤดูกาลในชีวิตคือตัวอย่างง่ายๆของความเปลี่ยนแปลง-ที่เกิดขึ้นทุกขณะ
อยากเห็นฟ้า สว่าง จ้า ใส ทุกวัน ทุกวาระ อยากเห็นความงามของดอกไม้ บานเบ่งประดับพื้นดิน ทุกวัน
อยากให้ทุกสิ่งเป็นดังหวัง-ตลอด- อาจจะยากอยู่สักหน่อย เพราะความสว่าง สดใสในโลก หมุนตัว เต้นรำรอบๆความมืด พลิกไปพลิกมา บางครา ด้านมืดซ่อนตัวเห็นความสว่างชัดจ้า ชัดเจน
ชีวิตมีจังหวะ เดินไปบนเส้นทางแห่งการเปลี่ยนแปลง--ทุกขณะ หัวใจเดินหน้า แต่คุณค่าของชีวิตตระหนัก แน่นแน่เมื่อมีโอกาสมองย้อนกลับ สำรวจรอยเท้า ปลดลงตรงธุลีดิน ปลงลง เห็นความแปลี่ยนแปลง
การเดินทางกลับบ้านของฤดูร้อน ส่งมือต้อนรับเพื่อนเก่า ---ฤดูใบไม้ร่วง
เมื่อถึงเวลาอันเหมาะสม--ตามจังหวะ--ด้านไหนถูกผลักให้ออกนอกหน้า เราจะเห็นด้านนั้น ชัดขึ้น หรือ เมื่อใจเราพร้อมน้อมรับ ไม่ว่าด้านสว่าง หรือ ด้านมนหม่นมืดของชีวิต เรียงหน้าเข้ามาแตะตัว แตะใจ เราจะโอบรับความแตกต่าง-ความเปลี่ยนแปลง ได้อย่างสงบ ไม่ทุรนทุราย
ฤดูใบไม้ร่วงกล่าวคำอำลาฤดูร้อน เราจะพบกันใหม่ เมื่อโลกให้โอกาส เมื่อถึงเวลา
เราเดินเข้าไปในโลกของความเปลี่ยนแปลง-อีกครั้ง ดูเหมือนความเปลี่ยนแปลงคือลิขิตที่จับชีพจรให้เต้นระบำ อย่างสนุกสนาน ในทุกฤดูกาล---แห่งชีวิต

Monday, September 21, 2009

หัวใจอุดมสุข

หัวใจดึงจับกายให้อ่อนอุ่นหรืออึดอัง ขึ้นอยู่กับการผ่อนคลาย ขึ้นอยู่กับการพยายามทำความเข้าใจการเปลี่ยนถ่ายของพลังชีวิต ขึ้นอยู่ที่ปลายจมูก--หันหาลมหายใจ ยุบเข้า ออกพอง
หัวใจอันอุดมสุขคือภาพของชีวิตที่อยู่นิ่งด้วยความสง่างาม ชีวิตที่รับ ผ่อน โอนถ่ายความตั้งใจ
ชีวิตที่สามารถเปิดรับความสับสน กังวล ขุ่นใจ จับปรับภาพมัวหมองให้ใส เยี่ยม เปี่ยมพลังอีกครั้ง
หัวใจอันอุดมสุขเปลี่ยนมุมมอง ปรับความตั้งใจของชีวิต ให้นึก คิดดีงาม

Saturday, September 19, 2009

จับเสียง ได้ใจ

จับเสียงที่เงียบที่สุด เสียงที่หัวใจได้ยิน เสียงนั้นคือความอ่อนหวาน ความเคลื่อนไหวของดวงใจ ความเคลื่อนไหวของจิตวิญญาณ
นั่งนิ่งๆ คิดให้สงบ คิดให้งาม เส้นเสียงที่ชัดที่สุด ไม่ใช่เสียงที่ได้ยินจากภายนอก ไม่ใช่การกระทบกันของความแตกต่าง
ไม่ใช่เสียงที่หูได้ยิน แต่เป็นเสียงที่ใจสัมผัสถึง เป็นเสียงของความสมดุล
เสียงนั้นคือเสียงเงียบๆของหัวใจ-- เสียงของความฝัน
ตื่นใจ เปิดวิญญาณ เอื้อมมือไปจับความฝัน ได้กลิ่นความอ่อนหวานแห่งฝันสัมผัสพลังแห่งหัวใจ
เสียงนั้นเกิดจากการประสาน- กลืนกลมของความคิดที่โน้มนำความรู้สึก
เสียงที่ชัดเจนที่สุดเดินทางมาหาเราอย่างเงียบๆ มากระตุกประสาทสัมผัสให้ทำงานให้หนักขึ้น
เสียง ฝัน พลังแห่งหัวใจ วิญญาณของความสงบ สมดุล
รวมเรียงมาเป็นจังหวะ เป็นภาพลวงตา เป็นเสียงที่กายจับได้ ให้ใจจองจำ งดงาม
สัมผัส สัมพันธ์ ทำให้ลึกล้ำ ให้กลมกลืนกันให้เป็นพลังแห่งความสุข ที่ใจจับได้

Monday, September 7, 2009

หนักแน่น

ทำใจให้หนักแน่นเหมือนแผ่นดิน ให้สายน้ำลำธารไหลริน ซอกเซาะ ร่องหิน ให้แผ่นดินเป็นบ้าน เป็นวิญญาณ
ทำให้ลึก ให้มีคุณค่า มีวลาใช้ให้งาม อยู่บนแผ่นดินให้เกิดประโยชน์ อย่าแค่อยู่บนโลกให้นาน แต่ควรอยู่อย่างหนักแน่น
อยู่บนโลก ให้เห็นความลึก ให้สัมผัสทุกอารมณ์ที่ชีวิตเอื้อให้ ให้ประสบการณ์เป็นหน้าต่างบานใหม่ของความคิด ให้มิตรภาพสร้างแรงบันดาลใจ
อยู่บนโลก ให้เห็นความสัมพันธ์ เกื้อกูล เกี่ยวข้อง คน สัตว์ ดิน น้ำ ลม ฟ้า ไฟ ทุกอณูได้อาศัย ได้ต่อแขน ขา ปัญญา และ หัวใจ
อย่าแค่อยู่บนโลกให้นาน แต่ ควรอยู่ให้ลึก สงบ หนักแน่น เหมือนแผ่นดิน
ไม่ว่าจะอยู่บนแผ่นดินไหน ทำใจให้นุ่มนวล หนักแน่น แล้วชีวิตจะงดงาม

Friday, September 4, 2009

ผ้าทอ

เห็นคนทอผ้า ดึงเส้นใยธรรมชาติ มามัดมารวม หยิบจับ สานเส้นสลับไปมา ดูน่าทึ่ง ถึงใจ
ไม่ว่ากี่ยุค กี่สมัย งานที่ทำด้วยมือ เหมือนเป็นงานชิ้นเอกของหัวใจ
ผู้หญิงไทย หรือ ผู้หญิงเปรู ผู้ที่นั่งอดทน ทอผ้า เป็นผู้ที่น่ายกย่อง กว่าเส้นใยเล็กๆบางจะรวมกันเป็นผืนใหญ่ เห็นคล้ายภาพชีวิตที่ต้องผ่านความอดทน
อดทนอีกนิด ชีวิตจะเต็มขึ้น ทอถักผืนผ้าจากริมเล็กๆกลายเป็นผลงานชิ้นใหญ่ ผลงานของชีวิต ในชีวิตเพื่อชีวิต
ผ้ามีหลายสี สลับกัน เหมือนชีวิตมีหลายอารมณ์ หลายประสบการณ์ หมุนผลัดกันมา
ทุกสีสวยที่สุดเมื่อมาอยู่รวมกัน
เรานั่งมองเส้นด้ายเหมือนเห็นชีวิตที่ผ่านมา ผ่านไปในแต่ละวัน
ทุกวันรวมกันเป็นชีวิตที่ดี

ข้างหลัง

เช้าวันสุดท้ายที่เปรู มีเรื่องสนุกๆ ที่เกิดขึ้น--ข้างหลัง
เราวิ่งตามผู้หญิงพื้นเมืองเพราะแอบติดใจ-ข้างหลัง
กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามหลังผู้หญิงชาวพื้นเมืองสี่คน ที่แต่งตัวด้วยชุดผ้าฝ้ายถักทอ ถักจากใจ สีสรรสุดสวย เหมือนวิ่งตามของเล่นที่กำลังจะหลุดมือไป วิ่งไปยิ้มไป
วิ่งตามหลัง เห็นข้างหลังน่าสนใจ เพราะเราไม่กล้าเดินไปมองดูข้างหน้า มองตามหลังเหมือนเป็นการให้เกียรติ ถ้าไปจ้องมองข้างหน้า อาจจะดูไม่สุภาพ
เราคิดไปเอง
ด้วยความอยากรู้ว่าเธอทั้งสี่จะเดินไปไหน ในเช้าวันนี้ จึงตัดสินใจเปลี่ยนแผนการณ์ที่ตั้งใจไว้ ว่าจะไปพิพิธภัณฑ์ศิลปะ เปลี่ยนเป็นเดินตามหลังผู้หญิงพื้นเมืองผ่านซอยเล็กๆ ที่ขนาบด้วยกำแพงหิน มีร้านขายอาหารเช้าประปราย ดึงดูดคนพื้นเมืองให้หย่อนก้น ส่งอาหารให้ลงเต็มพุง ก่อนที่จะเริ่มเช้วทำงานวันใหม่ คนที่เปรูไม่ค่อยนิยมกินอาหารเช้า หาเหตุผลอธิบายอยาก เลยไม่รู้ว่าอาหารเช้าที่นี่มีอะไรบ้าง ชะโงกหน้าไปดูเห็นแซนวิชต์ แบบที่อเมริกา อาหารเที่ยงกินแบบพระราชา บุฟเฟต์เต็มเมือง จากนั้นได้เวลางีบให้อาหารย่อย ตื่นมารอมื้อเย็นที่กินตอนเกือบดึก อะไรกันนี่ สนุกจัง ทุกอย่างกลับหน้ากลับหลัง
ใจลอยคิดถึงอาหาร เกือบเดินไม่ทันผู้หญิงพื้นเมือง เธอเดินรวดเร็วมาก เราแอบเก็บภาพเป็นระยะ ชอบมองจากข้างหลัง ทำให้คิดเห็นมุมแปลกๆ
สิบนาทีผ่านไป แอบจับเวลา สังเกตเส้นทาง ดูป้ายถนน อดสงสัย เอ้ ทำไมเหมือนกับว่าผู้หญิงทั้งสี่กำลังจะเดินไปพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่เราวางแผนว่าจะไป
เลี้ยวสุดท้าย ใช่เลย ทุกคนเดินมุ่งหน้าไปที่เดียวกับเรา ดีใจออกนอกหน้า
ได้เดินตามหลังผู้หญิงพื้นเมืองไปพิพิธภัณฑ์ อีกชั่วโมงถัดมา เห็นผู้หญิงกลุ่มเดียวกันนี้ออกมาสาธิตการทอผ้าแบบพื้นเมือง
เราได้ดูทั้งข้างหน้า และ ข้างหลัง จับตา จับใจ

Thursday, September 3, 2009

ได้เพื่อน

เดินทางกับเพื่อน ได้เรียนรู้อารมณ์ ความสุข ความสัมพันธ์ เห็นใจกันและกัน
อาทิตย์ก่อน เพื่อนส่งภาพถ่ายจากการเดินทางร่วมกัน-สิบวันที่เปรู- เห็นแล้วอดร้อง อู้หู หัวใจพอง
ภาพสวยๆ เพราะเพื่อนมีใจให้กับกล้องตัวใหม่ คู่มือ คู่ตา
ภาพถ่าย หลายฉาก หลายตอน สร้างเรื่องราว สะท้อนความรู้สึกแห่ง-การแบ่งปัน แบ่งประสบการณ์ แบ่งที่นั่งให้ความคิดของแต่ละคนเติบโต แตกใบ
เดินทางกับเพื่อนได้อ่านใจกัน ได้แบ่งพื้นที่ให้ความประนีประนอมเป็นพื้นฐานในการตัดสินใจ
เดินทางกับเพื่อนได้แลกเปลี่ยนความอบอุ่น ความตื่นเต้น ตื่นตา ตื่นใจ
เดินทางกับเพื่อนไม่เบื่อ คนนึงอยากพูด อีกคนอยากฟัง สลับ จับจังหวะกันได้ดี
เดินทางกับเพื่อน-เห็นความสัมพันธ์เคลื่อนตัว งอกงาม ช้าๆ นิ่ง สบาย
ขอบคุณเพื่อนที่น่ารัก-เติ้ลกับเอ-ที่ร่วมเดินทางไปด้วยกัน

Thursday, August 27, 2009

Hope Portfolio

บ่ายวันพฤหัส ตัดสินใจเดินไปห้องสมุดข้างบ้าน
ห้องสมุดเล็กๆแต่มีเรื่องราว มหัศจรรย์บรรจุอยู่ในหนังสือ--ความคิดล้นตัว ล้นหัวใจ
เดินไปสะดุดหนังสือหลายต่อหลายเล่ม เชื้อเชิญให้หยิบมาอ่าน พลิก ดม ชม ดู
นั่งเรียบเรียงความคิดตามตัวอักษร จากเรื่องอาหารสุขภาพ ศิลปะ วิทยาศาสตร์ ท่องเที่ยว เกษตร นิทาน
จากทุกมุมโลก---
ปฏิสัมพันธ์ของตัวอักษรที่วิ่งผ่านหน้าช่างน่ารักเกินกว่าจะเก็บยิ้มไว้เงียบๆคนเดียว
มนุษย์ช่างอ่าน คิด เรียน เขียน เกินใจพรรณนา
มนุษย์เดินทางตามความหวัง และ ความฝัน มี Hope Portfolio บรรจุเต็มหัวใจ
มนุษย์เรียนรู้จากประสบการณ์ที่ผ่านเข้ามาในแต่ละวัน
ชีวิตเหมือนคลัง Portfolio เก็บความรู้สึก อารมณ์ ความรู้ ประสบการณ์
อ่านหนังสือ อ่านชีวิต ให้ Portfolio ใหญ่ โต กว้าง และสมดุล
เพื่อจะบ่ม ปลายทางของชีวิตให้นุ่ม แน่น

จับดอกไม้

ยื่นมือ ลูบกลีบเรียบๆของดอกไม้ ดอกอะไรก็ได้ ง่ายงาม ไม่ว่ากัน เหมือนได้จับปลายท้องฟ้า
ดอกไม้ที่ว่าคือความหวัง กับ ความฝันนั่นเอง --หวาน สงบ --ไม่สัมผัสด้วยหัวใจ ไม่อาจรู้แจ้ง
ท้องฟ้าดั่งจุดหมายในจินตนาการ อาจจะกว้าง มหาศาล ใหญ่ สูงเกินคำบรรยาย
ที่ไหนๆ ไม่ว่า ใกล้ ไกล เกินความจริง เหนือความฝัน ถ้าไม่ไปก็ไม่ถึง

Monday, August 24, 2009

ยืนนิ่งที่ริมแผ่นดิน

นิ่งๆเงียบน้อยๆ ปล่อยให้ความฟุ้งซ่่านเดินเรียงผ่านหน้าไป หยุดยืนนิ่งๆที่ริมแผ่นดิน
มีคนบอกเราว่า ถ้ามนุษย์ได้อยู่ใกล้ธรรมชาติ ใกล้ๆดิน จะมีความสุขลึก
จะลดละความโลภ โกรธ หลง ได้ง่ายๆ
เราน้อมคำ ยิ้มรับด้วยความเต็มใจ เห็นท่าจะจริง
สิบวันก่อนได้อยู่ใกล้ดิน ติดภูเขา ใจวิ่งวุ่นแต่ผลักตัวให้หยุดนิ่ง สองขาชิดติดแผ่นดิน-ประเทศเปรู
ความสุขโอบรอบตัว ล้อมรอบหัวใจเีงียบๆ
ดินกลบวิญญาณขบถ ดินปลูกต้นแห่งความสุข ให้หัวใจเดินหน้าต่อไป


Sunday, August 23, 2009

ภูเขา-ในใจ

พักงานการประจำ ไปดูภูเขา ก้อนหิน ธรรมชาติสดๆ ที่ประเทศเปรู ไปดูมาชู ปิชู หนึ่งในความมหัศจรรย์ที่กลุ่มชาวอินคา สร้างไว้ให้กับโลก เห็นก้อนหินเรียงตั้ง อย่างสง่า สงบ บนภูเขาลูกสูงใหญ่
ยามเช้าของวันปกติ กลายเป็นห้วงเวลา ที่ยากจะลืมเลือน -ครั้งหนึ่งในชีวิต
นึกถึงหัวใจของคน นึกถึงความฝัน-ที่เป็นจริง
เราจะมีอีกสักกี่ฝัน เราจะต้องดั้นด้น ทำฝันนั้นให้เป็นจริงอีกกี่ครั้ง เพื่อที่จะได้รับรู้ ซึมซับความเข้าใจ เห็นคุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์ที่ดี
เราจะต้องปีนข้ามภูเขา-ในใจอีกกี่ลูก เพื่อที่จะเข้าใจว่า การเดินทางขึ้นสู่ที่สูงคือการเตรียมพร้อม น้อมรับให้กับทางกลับ ทางเดินลงภูเขา--ลูกแล้ว ลูกเล่า
ใจหนอ ใจเจ้า--ประสบการณ์ และ การเดินทางสอนให้เห็นความเป็นเช่นนั้นของสรรพสิ่ง


Sunday, August 9, 2009

ป่าเป็น Therapy

ป่า กว้าง สวย สะอาด ทั้งในมิติแห่งจินตนาการ และ ป่าใกล้บ้านเรา
ยามใดที่เหนื่อยล้า จากภาระ หน้าที่ ความสัมพันธ์ ความผูกพัน ในชีวิต
เดินเข้าป่า- ใกล้บ้าน ได้ใจที่พร่องหาย กลับคืนมา -ง่าย งามๆ เป็นเหมือน therapy ที่ไม่มีขีดจำกัด
เพื่อนกี่คนต่อกี่คนที่รู้จัก ที่มาเยี่ยม-ที่นี่ จับพาเดินเข้าป่า-ทุกคน
ระหว่างทางเดิน ใครต่อใครต่างพากันอุทานออกมาว่า ไม่เคยคิดว่าเมืองหลวง-ของโลก?-จะมีธรรมชาติ ขนาดใหญ่ หลบซ่อนตัว อยู่เงียบๆ -เดินผ่านตัวตึก สูงใหญ่ เพียงไม่กี่นาที เห็นกิ่งก้าน ตระหง่าน งามตา สีเขียวหลายเฉด หลายทรงชูสบัดพลัด ปลิว ลิ่วลู่ตามลม
บรรยากาศโน้มน้าวใจให้อยู่กับปัจจุบันขณะ
ป่าสร้าง ล้างความขุ่นมัว เพิ่มอากาศสะอาดให้สูดดม หายใจลึกๆ ยิ้มอิ่มในใจ
ผ่อนลมหายใจออก ได้ความสมดุลคืนมา
ประโยชน์จากป่าไม่เคยหมด จากโลก จากมนุษย์ จากตัว และหัวใจ
"It was not meant that the soul should cultivate the earth, but that the earth should educate and maintain the soul." Margaret Fuller, Memories, 1840
สำหรับเรา ป่าเป็น Therapy ชนิดพิเศษ ไม่ต้องนัดหมาย ไม่ต้องวุ่นวายอะไรกับใครทั้งสิ้น
เงียบๆ เดินเข้าป่า ทุกก้าวเดิน ช้าๆ ถอยออกมา ได้ความสงบ-ในชีวิต

Saturday, August 8, 2009

รูปเงา เล่าเรื่อง

เห็นเงานกในสายน้ำ เหมือนเห็นวิญญาณตัวตน-ในป่า
สงัด อัสดง แสงอาทิตย์ ตกลงผืนดิน แผ่ผ่านท้องน้ำ
เห็นเงา อดแอบคิดถึง-ตัวเรา กับเรื่องราว มากมาย

เห็นเงา เห็นโครง ตัวตนผ่านล้น มีสายน้ำ สายใส สะท้อนหัวใจ สะท้อนร่างกาย
รูปเงา สร้างเป็นเรื่อง-ได้หลายเรื่อง จับรายละเอียดมาใส่กรอบ ตีตารางให้เข้ม
เค้นหาแก่น ใคร่ครวญหารายละเอียด
รูปเงาที่เราเห็น เล่าผ่านมาได้หลากฉาก
เห็นวิญญาณ เห็นภาพชีวิต- ผ่านการกระทำ

เห็นเงานก-อดเปรียบเทียบว่าถ้าเห็นเงาตัวเรา-
เรื่องที่ผ่านออกมาจากตัว จะมาจากเงา หรือ จะมาจากเรา
เงา กับ เรา มีเรื่องมากมาย หลายร้อยหลายเรื่อง

เงาสะท้อนตัวเรา รูปเงาเล่าเรื่อง ชีวิตปรับปรุง ปราดเปรื่อง
เรื่องที่มี-ไม่เคยเห็นเงา

ลิงโลด

กระโดด โลดเต้น-หัวใจสว่าง อะไรที่เลือนลาง ค่อยๆกระจ่าง ชัดแจ่ม-ในใจ
กระโดด โลดเต้น หัวใจพองโต ตุบตับ จับจังหวะไม่ได้ เต้นถี่ๆ ดีใจ
วันนี้สะสาง-งานวันสุดท้าย-ก่อนวันพักร้อน ความรู้สึกแบบนี้ได้มาไม่ยาก ไม่ง่าย
ปีละหนึ่งครั้ง
ปีละครั้งหนึ่งที่ได้หยุดพักร้อน พักผ่อน ยาวๆ ลืมเรื่องราวความสับสนอลหม่าน- จากงานการ
ปีละครั้งหนึ่งที่ไม่มีตารางกำหนดภาระกิจ-ในชีวิต
อยากตื่น กิน ดื่ม หลับนอน ที่ไหนเมื่อไหร่ ทำอะไรต่ออะไร ก็ได้-ดั่งใจ
ปีละครั้งหนึ่งที่ ความหรรษา ตื่นตาตื่นใจ จากการเดินทาง จะเปลี่ยนกรอบชีวิต ปรับความคิดให้เข้าที่เข้าทาง

ปีละหนึ่งครั้งที่การพักวางภาระหน้าที่คือโอกาสในการเห็นคุณค่าของหน้าที่ในชีวิต-เห็นหัวใจลิงโลด อีกครั้ง

Tuesday, August 4, 2009

ขุ่นครั่ง

ขุ่นครั่ง ค้างคา กาแฟแก้วใหญ่ ส่งคาเฟอีนไหลผ่าน จากปลายปาก จิบใหญ่ จับใจ
ความคิด ค้างคา ไม่สว่าง ไม่กระจ่าง หาทางไม่ออก
ขบคิดถึงปัญหาในสังคม ปัญหาในชีวิตของแต่ละคน ขยักขย่อน ซ่อนเงื่อน
บางที-ไร้ทางเดิน บางวันอาจเดินถลำ ตำตอ
กาแฟแก้วใหญ่หมดไปอย่างง่ายดาย
ใจลอย
คิดถึง
ทางออก

วันนี้คิดไม่ออก
หัวใจขุ่นๆ รอหาวันใหม่

Sunday, August 2, 2009

รูปร่างของความคิด

รูปร่างของความคิด ไม่มีถูก ไม่มีผิด คิดได้ทุกแบบ ทุกวัน
คิดให้หวานทั้งเปลือกนอกถึงแก่นใน-ใจ ก็คิดได้
คิดให้สนุก ลองนั่งเล่น คิดความมหัศจรรย์ของชีวิต ก็คิดได้
คิดเชิงบวกยิ่งมันส์ ยิ่งเพิ่มพลัง-ใจ คิดได้ ได้คิดดี
คิดตามมิติจริง-ของชีวิต ก็คิดได้ วันไหน วันดี คิดดี ชีวิตมีค่า
คิดฝัน อยากเห็นโลกล้านมุม ย่อมคิดได้ หยิบมุมโปรด มาขัดเกลา
คิดเห็นเวลา คุณค่า โอกาส-ในชีวิต
ความคิดควบคุมหัวใจ ยิ่งคิด-ไกล หัวใจพองใส ใหญ่โต
รูปร่างของความคิด มองไม่เห็น เพียงแค่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงในใจ
มีหลายแบบ
มีทุกวัน

Saturday, July 25, 2009

ศิลปะ-จับนำ ตามหัวใจ

อ่านหนังสือ และ บทความจากหนังสือหลายเล่มทั้งภาษาไทย และ ภาษาอังกฤษ ที่บรรยายถึงศิลปะของการใช้ชีวิต อดแอบคิดเงียบๆ พลิกหน้ากระดาษเหลือง ขุ่นๆ ไปมา ซ้ำแล้วซ้ำเล่า คิดถึงการเดินทาง-ในชีวิต-ในใจ-ของตัวเอง

เราก็ไม่ต่างจากผู้คน-อื่นๆ- ร่วมโลก- บางวันอารมณ์ขุ่น บูดเน่า เศร้าใจ บางวันปริ่มเปรม ปรีดา บางวันสานฝันได้สมใจ อะไรๆกลายเป็นเรื่องสนุกไปหมด บางวันหดหู่ เหงาเศร้า บางวันเห็นชัดๆ- เห็นในใจว่าจุดหมายในชีวิตคือการมีสำนึก รับ รู้ ตื่นพร้อมกับเวลา-นาทีนี้ แต่ละวันต่างกันไป ไม่ง่ายเสมอ ไม่ยากเกินกำลัง

ทั้งหมดคือศิลปะการชั่งตวง วัดใจ ดูทิศทาง-ลม ฟ้า น้ำ ดิน ดูจังหวะที่หัวใจจะเลือกเดินต่อ ไม่อาจล่วงรู้ได้ทั้งหมด

ศิลปะของการใช้ชีวิตคือการสนองตอบต่ออารมณ์ พูดง่ายๆ คือ สนองตอบต่อการเปลี่ยนแปลง-เส้นทางข้างหน้าอาจไม่ชัด ไม่มีใครสามารถกำหนดทุกจุดหมายได้ แต่อย่างน้อย ศิลปะของการต่อชีวิตคือรู้รับ จับนำ ตามหัวใจ เผชิญหน้ากับทุกย่างก้าวด้วยความปรีดา ขอบคุณ

ไปได้ ไปให้เหมาะ ให้เข้าใจ เป็น เห็น ถูก ผิด เดินทางต่อไป-ไม่มีใครว่ากัน


Wednesday, July 22, 2009

ความละมุน-หวาน ของชีวิต

ลืมตาดูโลก อีกครั้ง ครานี้พยายามสัมผัสส่วนใสๆ ส่วนที่อยู่ด้านในของชีวิต

แอบเห็นความหวาน กรุ่น ละมุน ผ่านภาพถ่ายอันซึ้ง-สดใส-ของธรรมชาติ
ลืมตาดูโลก วันนี้ ตื่นใจกับกลีบใหม่ของหัวใจ
ตื่นใจ กับ การตัดสินใจ การเดินทางไปสู่ สถานที่ใหม่ ที่ๆเราไม่เคยรู้ว่า มีกี่คนที่เดินผ่านถนนสายนี้-มาแล้ว

ความละมุน- ของใจ-ของชีวิต-อยู่ที่การจับ ดึง ขัด เกลา ความรู้สึกที่ลำเอียงให้สมดุล คลี่กลีบชีวิตออกไปเป็นแฉกๆ มอง ผ่าน ฟัง เห็นให้ละเอียด จับใจให้เห็นภาพถ่ายของชีวิต สะท้อนให้สวยงามเหมือนภาพถ่ายธรรมชาติที่เห็นจากฝีมือของนักถ่ายภาพมืออาชีพ

ความละมุน-ของใจ-และ ความหวานของชีวิตอยู่ที่การเคารพความขม รสปริ่มแปร่ที่ปลายลิ้น กลืนกินไม่ลง ทำให้ความหวานคืออารมณ์ที่แสวงหา


Saturday, July 18, 2009

ไม่มีใครรู้

เมื่อใจไหวเคลื่อน เดือนผ่าน ตัดสินใจว่า ชีวิตคือการเดินทาง สร้างประสบการณ์ สร้างใจ สร้างความรู้สึกให้ลึก นึก เข้าใจให้เห็นเนื้อแท้ ให้เห็นแก่นกลวงของสายใยในชีวิต

เมื่อตัดสินใจแล้ว ขอให้เดินหน้า ตั้งใจตามหาชีวิต หาหัวใจของชีวิต

หาความสัมพันธ์ของชีวิตในเวลา

เดือน

ผ่าน

อาทิตย์

วัน ปี

ไม่มีใครรู้ว่าชีวิตจะหมุนวนไปสู่ดินแดน มหัศจรรย์ แห่งใด

ไม่มีใครรู้ว่าการตัดสินใจ ในแต่ละช่วงเวลาของชีิวิต จะนำหัวใจไปสู่โลกไหน

ไม่มีใครรู้ว่า ความโดดเดี่ยวแห่งการตัดสินใจคือรางวัลของหัวใจอิสระ หรือ คือคำบัญชาจากเบื้องบน

ไม่มีไครรู้

Thursday, July 16, 2009

อยากได้หัวใจเด็ก

อยากได้หัวใจเด็กๆ

ตัวเล็กๆแต่ใจใหญ่เกินฟ้า ฝันเกินก่ายที่อยู่ของพระจันทร์ ไปให้สูง ไปไกลๆ
เด็กน้อยมองผ่านประสบการณ์-ชีวิต ด้วยความตื่นเต้น สนใจ ใคร่รู้ อยากแสวงหา อยากเห็น อยากคิด อยากทำ

ดวงตาใสแจ๋ว ส่งผ่านคำถามเกี่ยวกับเรื่องรอบตัว มากมาย คำถามปนความสงสัยเปล่งออกมาเป็นเหมือนบทสนทนาในเรื่องสั้น ชัดๆ ตรงบ้าง คดเคี้ยวเลี้ยวไปตามทางเป็นระยะ สุดแต่หัวใจจะนำทาง

หัวใจเด็กคิดง่าย อยากทำให้ได้ อยากรู้ อยากหาคำตอบ เด็กเดินเล่นในชีวิตเหมือนวิ่งเล่นในสนามเด็กเล่น ไม่กลัวตก ไม่กลัวเจ็บ ขอให้ได้ลองก่อน

ลองแล้วจะรู้ว่า ผู้ใหญ่อย่างเราๆ --ก็เล่นสนุกกับชีวิตได้ถ้าสวมหัวใจเด็ก

Sunday, July 12, 2009

ใจติดดิน

สายน้ำในลำธารใกล้บ้าน รินไหล รวมกันเป็นสาย-บางๆ เบาๆ ได้ยินเสียงชัดถนัดถนี่ ตอนที่หยุดเดิน นั่งฟังความเงียบของโลกรอบตัว และ โลกในใจ

ปล่อยให้ใจติดดิน ให้ประสบการณ์ หมุนเวียนเป็นกงล้อ หมุนไปตามความเปลี่ยนแปลง ตามฤดูกาล ธรรมชาติกำหนดจังหวะไว้อย่างสวยงาม เดือนแล้วเดือนเล่า ใจได้ซึมซับการผันผ่านของ อดีต ปัจจุบัน และ ภาพวันข้างหน้า

ให้ชีวิตเข้าใจการเปลี่ยนแปลง-หัวใจไหลผ่าน ทอดยาวเหมือนสายน้ำ ให้แผ่นดินเป็นฐานหัวใจ-นิ่งๆ สงบ สุภาพ ให้ความคิดละมุน ติดตรึงกับน้ำ ฟ้า อากาศ ปัญญา และ ประสบการณ์

ปล่อยใจให้ติดดิน รับรู้การทำงานของโลก เข้า-ออก มา-ไป สูง-ต่ำ ดำ-ขาว หนาว-ร้อน ผอม-อ้วน มืด-แจ้ง รวย-จน รู้-ไม่รู้ วันวาน-วันนี้

ปล่อยใจให้ติดดิน ให้ยอมรับการผลัดใบ ให้เห็นใจดีๆ ของการส่งผ่าน พลิกผ้นของจังหวะ-ชีวิต เข้าใจความหนาวที่เดินจากไป กลายหน้าเป็นความร้อน- ระอุกาย น้อมรับสภาพแวดล้อม เคลื่อนตัว สะบัดกายให้สมดุลกับใจ

ปล่อยใจให้ติดดิน สายน้ำไหล ไหล ผ่านไป ลับหน้า ยังคงเหลือแต่แผ่นดินที่เป็นฐานให้ความเปลี่ยนแปลง ทำหน้าที่ได้อย่างเสมอต้น สงบปลาย



Monday, June 22, 2009

แก้มแนบหญ้า ตาแตะใจ

บางวัน ความคิดฟุ้ง กระจาย แม้แต่เจ้าตัวยังวิ่งตามไม่ทัน
คว้าไม่อยู่มือ กลีบความคิดลอยหายไปกับอากาศ ผ่านเมฆบังตา

แม้เ็ห็นคุณค่า และ เข้าใจถึงความเปลี่ยนแปลงของโลกในใจ รู้ว่าการจอจ่อ พอใจกับปัจจุบัน เป็น ความงามอีกด้านของชีวิต แต่กระนั้น ใจก็ยังจุ้นจ้าน คิดโน่นคิดนี่ ไม่อยู่กับที่ เลยต้องหาวิธีสงบใจ

เดินเข้าป่า ช้าๆ ให้ได้จังหวะ ผ่านดินแฉะๆ แวะชมดอกหญ้า เลี้ยวเข้าป่า เดินมาไม่กี่ไมล์ เห็นสนามหญ้าเขียวขลัง มีร่มเงาไม้ใหญ่ ชลอฝีเท้า ปลดเชือกรองเท้า หย่อนก้นแตะหญ้า ล้มตัวนอนขนานกับพื้นโลก

สงบ งาม เงียบ สบายๆ

พลิกตัวให้แก้มแนบหญ้่า ดวงตาส่งความยินดีไปที่หัวใจ ความฟุ้งซ่าน--หยุดพักชั่วคราว--ที่นี่

กายทอดยาว ขนานแนบกับพื้นดิน ใจปลดระวางความกังวล ปล่อยทุกอย่างวางไว้ที่ปลายเท้า

ชีวิตเริ่มเดินทางต่อ --แต่--อย่างน้อยก็ได้หยุดพัก ขณะที่แก้มแนบหญ้า ดวงตาแตะหัวใจ

Tuesday, June 9, 2009

ในครัว

หอมข้าวที่พึ่งหุงเสร็จ กลิ่นข้าวซ้อมมืออุ่น นึ่ง สวย รวมพลังกับน้ำ ผ่านความร้อน เดือดปุดๆ ในหม้อหุงข้าวไฟฟ้า ไม่นานข้าวสารกลายเป็นข้าวสุก หอมข้าวในครัว หอมหวลความคิดที่มีต่อบรรพบุรุษ แม่เป็นชาวนาผู้หาญกล้า ปลูกข้าวเลี้ยงทั้งตัวและหัวใจ เติบใหญ่ ผ่านประสบการณ์ เรียนรู้ชีวิต ใกล้ไกลแค่ไหน ทุกอย่างเริ่มต้นที่ข้าวในครัว

ครัวคือขุมพลัง จับ ทอด ปอกเปลือก ปิ้งดม ต้มยำ สารพันกรรมวิธีปรุังรส ปรุงอาหาร แม่คือต้นแบบ
คลุกข้าวเคล้าความคิด รสชาดต่างๆในชีวิต มีฐานมาจากข้าว มีรากเหง้ามาจากแม่

ในครัวมีเรื่องเล่าสารพัน มีแรงบันดาลใจ ทอดถ่าย-ไหลยาว ไม่รู้จบ มีบทสนทนาจากก้นกะทะ มีคำถาม คำบ่น คำตอบ
แม่อาจไม่รู้ว่า เด็กหญิงตัวน้อย-ในอดีต-เติบโต อิ่มใจ จากอาหารรสมือแม่ จากบทเรียนสอนชีวิตที่แม่เลี้ยงมา ผ่านข้าว ผ่านเมล็ดข้าว แต่ละคำ แต่ละก้าว ---หอมลึก หอมนาน


Sunday, June 7, 2009

แปลง-ใจ

เห็นความไม่สบาย-ของคนใกล้ตัว-ใกล้ใจ เหมือนเห็นสัจธรรม-อีกบทหนึ่งของชีวิต
ร่างกายเปลี่ยนแปลง ใจพึงเปลี่ยนตาม ความเที่ยงแท้ แน่นอน คือความไม่แน่นอน สามวันดี สี่วันอาจทุกข์ได้ --ความทุกข์ ความเจ็บป่วย เป็นสัญญาณ บอกให้ชีวิตตระหนักถึงคุณค่าของความสมบูรณ์-ของร่ายกายและเนื้อใจ -ของในกาย เลือด เนื้อ ตัว หัวใจ ต่อติดกันไว้ ตามได้ ใจดี
หากขาดสัมพันธ์ ใจสั่นหวั่นไหว หากหมดกำลังใจ ชีวิตเหมือนร่างไร้พลัง
ขอบคุณความทุกข์ เจ็บไข้ได้ป่วย ช่วยเติมน้ำหนัก เติมความรักให้ชีวิต-อีกครั้ง


Friday, June 5, 2009

จับตึก

เข้าเมืองใหญ่ แหงนหน้า มองฟ้า มองตึกสูงเด่นจับตา ดวงใจจับตึก ตะลึง
สูง สวย สง่า ใหญ่ มองจากชั้นแรก ไล่ไต่ขึ้นไป นับใจตึก นับชั้นไม่ถ้วน
ตระหง่าน ตั้งตัว ใหญ่แน่น ใจกลางเมือง เห็นตึก ใจตะหงิด ตะหงิด ใครอยู่ข้างใน ใครผ่านไปมา
ตั้งตัวตรงใหญ่ หลายสี หลายแบบ
ตึกยืนตัวอยู่เงียบๆ เราเดินผ่าน เราคนตัวใหญ่กลับกลายเป็นจิ๋ว ตัวกระจ้อยร่อย เล็กๆหนึ่งคน รวมอยู่ในตึก

Sunday, May 31, 2009

มีฝัน มีไฟ

มีฝัน มีไฟ ตัวกับใจต้องไปพร้อมกัน เดินจูงมือ จับกระชับให้มั่น ตัวผ่านวัน ใจลอดผ่านปี
ฝันเติมไฟ ปลุกหัวใจให้ไหวหวั่น เส้นทางสู่ฝัน สร้างคืนวัน-ให้อุ่น งาม
เดินไป เดินหา เวลาที่ผ่าน สั้น เศร้า ยาว นาน มีฝัน มีไฟ

หน้าเดิน เดินหน้า ไฟฝัน นำพา เวลา-ดีๆ
อาจไม่ง่าย อาจไม่ใหญ่ แต่หัวใจต้องเต็มที่
ไม่ว่าฝัน วันนี้จะมีรูป-หน้าเช่นไร
ไม่ว่าฝัน จะหอมหวาน ปานน้ำผึ้ง หรือ อุ่นอึง ไม่เด่นชัด
นาทีที่ฝันจับหัวใจ ชีวิตเหมือนมีไฟ-จุดเร่ง เร้าพลัง อยู่ข้างใน

ฝันเร่งพลังชีวิต มีฝัน มีไฟ หัวใจพองโต ---เดินหน้าหาประสบการณ์--สู่ฝัน
สู่ชีวิตด้านใน

ใครจะรู้

ใครจะรู้ว่า การเดินทางแต่ละรอบ จะจบลงที่ใด
บางเส้นทางยาวๆ นาน เนิ่น เหนื่อยหัวใจ
บางสาย สนุก สั้น ไปแป็ปๆ เดี๋ยวเดียวก็กลับ
บางหนทาง อาจไม่คุ้นเคย อาจเริ่มสงสัย แสวงหาคำตอบ
--มีคำถามเกิดขึ้นจากการเดินทาง
บางเส้นทางมีหลายสิ่ง น่าเย้ายวน หวนคิด นึกเปรียบเทียบ--กับสิ่งที่ผ่านมา
อีกหลายเส้นทาง มีเหตุการณ์ที่น่าตื่นเต้น จับใจ

การเดินทางแต่ละรอบ ทำให้ชีวิตกระจ่าง สว่างชัด --ไม่ว่าจะจบลงที่ใด

การเิดินทาง-ด้านใน-เพื่อไปสู่ชีวิตด้านนอก คือ ทั้งคำตอบ และ คำถามในกรอบเดียวกัน



Friday, May 29, 2009

ผ่านดินอเมริกา

ลูบเปลือกตา แปะหัวใจใว้-ในดิน ดำแดงดำดิน ติดตาติดใจ สองเท้าก้าว ช้าๆ เยื้องย่าง ทางไป
ผ่านดินอเมริกา ผ่านตา ติดใจ

เดินทางจากแดนไกล บ้านไทย บ้านอีสาน บ้านแม่ ถึงอเมริกา เร่งหาจังหวะ หาทางใหม่
กิน อยู่ งานการ ทำไป ชีวิตแปลกใหม่ ไม่เหมือนอยู่บ้านเรา
มีคนเคยบอกว่า หนทางไกลนานเพียงใด ตัวเรายังคงหยิบหัวใจ หยิบวิญญาณ-ดั้งเดิมไปด้วยเสมอ

ผ่านดินอเมริกามาสี่ปี นับกลับไปวันแรกที่มา ปลายตามองพื้นดิน เห็นสี เห็นจังหวะเปลี่ยน-ไปตามฤดูกาล

อาจไม่ได้ เดินทางไกลมาค้นหา แต่ เดินทางไกลมาเพื่อสร้างปัญญา สร้างจังหวะให้ชีวิตเห็น-ความงาม
เห็นหัวใจ เห็นลมหายใจ แตะผ่านพื้นดินอเมริกา


Blog Archive

About Me

My photo
almost reaching her 40 and she is very happy to be able to wake up everyday, learn and live a good life.