Thursday, February 26, 2009

บะหมี่เหลือง

บะหมี่เหลืองที่ว่านี้คือ Ramen ที่เหาะมาจากประเทศญี่ปุ่น (แต่ซองนี้ไปได้มาจากร้านไทยที่ดีซี) สืบทราบมาว่าต้นตระกูลที่แท้จริงของบะหมี่ที่ว่านี้ -มาจากประเทศจีน ไม่แปลกใจเลย เราเพื่อนบ้านกัน หยิบ จับ รับรู้ วัฒนธรรมของกันและกัน มาเพิ่มสีสรร-ในชีวิต

ค่ำนี้ คิดถึงก๋วยเตี๋ยวชนิดนี้จับใจ ไม่สนใจว่าตอนนี้จะดึกดื่นแค่ไหน ขอให้ได้หม่ำ ได้ซดน้ำซุบร้อนๆลงไปเคลือบกระเพาะ จะได้นอนหลับสบายๆ สำหรับเรา Ramen คืออาหารเสริม-ใจ ใส่ถ้วยขนาดพอดีสองอุ้งมือ จับแล้วอุ่นใจ เติม เนื้อไก่ ผักชีต้นหอมแสนโปรด พร้อมตอกไข่ลงไปเพิ่มคุณค่า หยิบตะเกียบไม้ไผ่ไว้ให้เหมาะมือ โลกเศร้าๆของ Ramen ถูกบุกรุก เราโซ้ยเส้นแสนนุ่มลงไปตามลำคอ Ramen สีเหลือง สวย ยาว สลายตัวเป็นอณุเล็กๆในร่างกาย -- ดึกนี้ Ramen ช่วยให้หายคิดถึง Asia

อิ่มท้อง สุขใจ อยากรู้ว่ามีอะไรที่น่าสนใจเกี่ยวกับ Ramen อีก จึงรีบกลับไปนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ โอ้โหไปเจอ Ramen Museum มีรายละเอียดตามนี้

The Shin-Yokohama Raumen Museum (新横浜ラーメン博物館 Shin-Yokohama Rāmen Hakubutsukan is a food amusement park located in the Shin-Yokohama district of Kōhoku-ku, Yokohama, Japan. (The "u" in "Raumen", referring to ramen, is intentionally spelled that way.)
The museum is devoted to the Japanese ramen noodle soup and features a large recreation of Tokyo in the year Shōwa 33 (1958), the year instant noodles were invented. Within the museum are branches of famous ramen restaurants from Kyūshū to Hokkaidō. The current list includes Ide Shoten, Shinasobaya, Keyaki, Ryushanhai, Hachiya, Fukuchan, and Komurasaki among others, but new ramen shops are being added on a regular basis.

เดือนที่แล้ว แอบถาม Kumiko เพื่อนใหม่ชาวญี่ปุ่น ว่าเคยไปที่นี่มั้ย เธอยิ้มหวาน แบบอายๆว่า จะพลาดได้ยังไง วันที่ไปทำผิดไปนิดเดียว คือกินอาหารเช้าไปก่อน เธอบอกว่า ถ้าจะไปที่นี่ ต้องอดมื้อเย็น และต้องวางแผนไปเดินเล่นที่นี่ทั้งวันเพราะมีบะหมี่เหลืองสารพันชนิด จากผู้เชี่ยวชาญ หลายตำหรับ ก่อนที่ Kumiko จะพูดจบ เราขัดจังหวะว่า จะวางแผนไปที่นี่เป็นที่แรก ทันทีที่ได้เหยียบประเทศญี่ปุ่น

ถูกอกถูกใจ-เหลือเกิน- คนเราถ้าหลงใหลอะไรบางอย่าง เดินหน้าค้นหาสิ่งนั้น เก็บ รักษา มีความผูกพัน ทุกสิ่งมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันตาเห็น - ขอบคุณ Ramen เส้นเล็กในความผูกพัน-แสนยาว Asia กับ America อยู่รวมกันในถ้วยเซรามิคเล็กๆ

Tuesday, February 24, 2009

ใจสุภาพ

วันนี้นักเรียนหนุ่มน้อยชาวเม็กซิโก Jose Louise Lopez Gomez ที่เราเคยสอนเมื่อปีก่อน เดินผ่านหน้าห้องทำงาน แวะเข้ามาทักทาย--ด้วยใจ พร้อมหอบยิ้ม แก้มใหญ่ มาฝาก ถามเราว่า เป็นยังไงบ้าง ดีใจที่เห็นหน้าครูอีกครั้ง เราเองกลับยิ่งดีใจมากกว่า ดีใจที่นักเรียนเข้ามาคุยด้วย

ในความคิดของเรา Jose เป็นนักเรียนที่ขี้อายที่สุด แต่ ช่างยิ้ม แถมชอบช่วยเหลือเพื่อนร่วมห้องตลอดเวลา ช่วยครู ยกโน่น จับนี่ ถึงแม้เรากับ Jose จะสื่อสารผ่านภาษาอังกฤษไม่ได้มากเท่าใจปรารถนา แต่ความดีลึกๆ ของนักเรียนคนนี้ ทำให้เราอดไม่ได้ที่จะยกให้เป็น นักเรียนที่มีใจสุภาพมากที่สุด--ในห้อง

Jose ทำให้นึกถึง การขัดเกลาชีวิตด้านใน ทุกขั้นตอน น่าจะเริ่มจาก ความสุภาพ และ อ่อนน้อมถ่อมตัว
ทั้งนี้ มิได้หมายถึง การยอมค้อมหัว ให้คลื่น พายุ ความลำเค็ญ เข็นใจ แต่ เป็นภาพสะท้อนตรงข้าม ความสุภาพ คือการเคารพสถานการณ์ คือความสงบ มีสติ ในการมองสถานการณ์ มีหัวใจที่เปิดกว้างรับรู้้ความแตกต่าง การยื่นมือออกไป-ไกลๆ-ไปสัมผัสประสบการณ์ในชีวิตที่ไม่คุ้นเคย จับชีวิตด้วยใจที่สุภาพ--สะอาด

ใจสุภาพช่วยประคองชีวิตของ Jose ให้งดงาม และที่สวยกว่านั้นคือ Jose ช่วยประคองใจเราให้สุภาพขึ้น

Sunday, February 22, 2009

ใจลอยไปลาตินอเมริกา

เช้านี้นั่งทำงานที่มุมเดิม-ชีวิตเกือบปกติ-ถ้าหัวใจไม่ล่องลอยไปลาตินอเมริกาซะก่อน-ก่อนที่เข็มนาฬิกาจะบอกเวลาเลิกงาน เอาหละ วันนี้จะทำงานไป-ฝันไป คงไม่มีใครรู้!

ฟังเสียงโลก-ในใจ-กระโดด โลดเต้น เคลื่อนไหว หัวใจครึกครื้น ยามเห็นความสนุก ตื่นเต้นที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า--ความสนุกที่ประเทศเปรู

เปิดหนังสือนำเที่ยวประเทศ เปรูที่ไปยืมมาจากห้องสมุดใกล้บ้าน โอ้ย เกือบทนไม่ไหว อยากไปเดี๋ยวนี้เลย

อยากไปดูเปรู เค้าว่ามาชู ปิชู สวยหรู ห้ามพลาด ต้องลองชิมอาหารพื้นเมืองปนวัฒนธรรมแบบสแปนิช คนหน้าแม้วอย่างเราคงได้ร้องครวญครางออกมาด้วยความตื่นใจ -สุขลึก-หวาน หอม เมื่อได้เดินทางไป--ต่างแดน อีกครั้ง

ใครจะไม่อิ่มสุขเมื่อเริ่มวางแผน-การเดินทาง-อยากเที่ยว เหยียบท่องล่องน้ำ ปีนภูเขา ไปให้สูง ไปให้ไกลกว่าเงาตัวเอง อยากให้เหงื่อไหลท่วมท้นล้นตัว ให้ร่างกายเคลื่อนไป ให้รอบเอวหดลงอีกนิดก็ดี ให้หัวใจพองตัว ยื่นไปทักทายเพื่อนใหม่ ไปดูโลกลาตินที่ไม่เคยเห็น-กับตา

การเดินทางไปเหยียบดินแดนที่ไม่คุ้นเคยคือประสบการณ์เฉพาะบุคคล--ต่างใจ ต่างแดน ต่างคน--แต่การเดินทาง-ไปสู่ดินแดนใหม่--คือใบเบิกทางไปสู่การตั้งคำถาม และ แสวงหาคำตอบในเส้นทาง-ชีวิต วิญญาณของโลกด้านในอาจไม่สดใสถ้าต้องเผชิญเรื่องท้าทาย แต่ คนที่อยากเรียน อยากเข้าใจชีวิต พร้อมที่จะรู้จักโลก ควรหาวิธีปลดระวางความขุ่นใจ ความไม่สดใส บางทีต้องเลือกว่าอะไรคือสิ่งที่สำคัญ และจำเป็นกับวิถีชีวิต--ในปัจจุบัน วันนี้

ไม่ว่าเปรูจะดีหรูอย่างที่คิด ที่ฝันไว้หรือไม่ก็ตาม
เราเชื่อมั่นว่าปัญญาใหม่จะเกิดขึ้นจากบทเรียน-ระหว่างทาง--ที่ผ่านการคั่วคั้น กรองกรั่น ของส่วนผสมร้อยแปด ดั่งดิน น้ำ ลม ไฟ ที่หลอมรวมกัน-เปลี่ยนดินด้อยค่าให้ออกมาเป็นถ้วยชาเซรามิก
ดั่งคนที่ต้องผ่านประสบการณ์ชีวิต ผ่านลม--แรงๆ-- ถึงจะเข้าใจเรื่องพลัง-ธรรมชาติ และ ความเปลี่ยนแปลง

แม้วันนี้จะนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ทำหน้าที่ ตามปกติ
แต่ใจกลับลอยล่องท่องลาตินอเมริกา-ไปล่วงหน้า ผ่านตัวหนังสือนำเที่ยว เรื่อง และ รูปสวยๆจากเพื่อนร่วมงาน กระตุ้นความอยากเห็น ใฝ่รู้

แค่เริ่มเตรียมการ-เตรียมใจ ตั้งรับการเดินทางไปเที่ยวโลกใหม่ ก็ตื่นเต้นเต็มพิกัดแล้ว

Saturday, February 21, 2009

It is crazy!

เย็นนี้นั่งกินข้าวกับเพื่อนเก่า หลายๆเรื่องในชีวิต โผล่แวบวาบกลับเข้ามาในความทรงจำ รู้สึกอบอุ่น บอกไม่ถูก คำถามแรกที่อยากรู้จากเพื่อน คือ ชีวิตเป็นยังไง

"It is crazy" คือคำตอบแรก ที่หลุดออกมาจากใจ ของเพื่อนผู้หญิงชาวอเมริกันคนหนึ่งที่เคยรู้จักกันเมื่อสิบห้าปีก่อน เวลาทำหน้าที่ดีแท้ เที่ยงตรง คงมั่น หมุนมาช้าๆ ให้เราแอบชื่นชมวัยเยาว์ ให้เราแอบจับแขนขาของเวลา-ไว้ชั่วคราว-- แล้วบอกว่า "อย่าเพิ่งไป " อยู่ด้วยกันนานอีกนิด อยู่ให้เห็นความ-ไม่-จีรังของสังขาร อยู่เป็นพยานกับความเปลี่ยนแปลง-ในใจ

แต่เวลา-ละเลยคำขอ เฉยเิมิน หน้าตั้ง คอตรง หมุนไป ตามจังหวะที่กำหนดไว้-- "It is crazy" เราแอบคิดในใจดังๆ ชีวิตและเวลา เลือกเต้นสลับจับขา หมุน แกว่ง ไปมา ช้าบ้าง เร็วบ้าง

มิตรภาพเกิดจากประสบการณ์--ในแต่ละช่วงเวลา--ในชีวิต--ไม่ว่าระยะทางกับความเร็วจะขนาน กลมกลืนหรือ เหลื่อมล้ำ เราเรียนรู้จากเพื่อน เพื่อเรียนรู้จากเรา มิตรภาพที่เกิดขึ้นในเส้นทางจากวัยเยาว์สู่วัยผู้ใหญ่ คือมิเตอร์บอกว่าชีวิตมีจุดเริ่มต้น และจะยังคงหมุนต่อไป ตามแรงไขลาน ตามพลังศรัทธาของชีวิต

คุย เล่น คิด กิน ดื่ม --มีคำถาม และ คำตอบมากมาย จากการที่มิตรภาพเดินทางหวนกลับมาเยี่ยม-ในเย็นวันนี้ "It is crazy" เรามองหน้าเพื่อน พร้อมหัวเราะด้วยใจ ยินดีให้เวลาไหลผ่านมือ ผ่านใจออกไป พร้อมคำกล่าวลา --ยินดีที่มาเยือน

Friday, February 20, 2009

สวย สง่า

ความฝัน และ ความดีที่มี ที่คิดอยากทำ ทำซะ ปั้นสิ ให้เป็นรูปเป็นร่างเดี๋ยวนี้ เพราะอีกไม่กี่นาที เราอาจจะไม่ได้อยู่บนโลกนี้

ลองคิดดูว่า ถ้าเรามีชีวิตถึงห้าสิบ หกสิบปี นับจากปัจจุบันเดินเข้าไปสู่วินาทีหน้า เราจะเหลือเวลาบนแผ่นดินนี้ อีกกี่ปี แล้วความฝันที่หอบหิ้วมาระหว่างทางที่กำลังจะเดินต่อไปนี้หละ จะเป็นจริงตอนอายุเท่าไหร่

ความสวยงามของเวลาคือการตระหนักว่า เวลาเอื้อโอกาส ความศรัทธาให้พลังสร้างฝัน ทุกคนทำความดี ทำหน้าที่ให้เต็ม ให้สง่างามได้ทุกวินาที เวลาเป็นสนามให้เริ่มลงมือ เตรียมการ ร่างแบบ ลงแปลน ปลูกพันธุ์แห่งความฝัน ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ฝันก็คือฝัน ถ้าไม่ทำ เราจะไม่เห็นความสง่างามของชีวิต เมื่อความฝันเป็นความจริง ชีวิตจะผลิบาน มีกำลังรับหน้า รับมือกับความเปลี่ยนแปลง มีปัญญาพบความสงบงามด้านใน

ความฝัน ความดี และ เวลา หยิบมารวมกัน จะเห็นภาพความสง่า งาม ของชีวิต--ด้านใน

Thursday, February 19, 2009

เกี่ยวกับชีวิต

บ่ายนี้ ออกไปเดินลุยป่า ผ่านหมู่ไม้สุงใหญ่ระหว่างโลกตะวันตกกับตะวันออก
เดินทอดน่องเอื่อยๆ กลับบ้าน หย่อนแก้มก้นลงที่เก้าอี้ไม้ตัวโปรด หย่อนหัวใจไว้ที่ปลายนิ้ว เปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์ เริ่มพิมพ์--ดังนี้

นั่งเขียนชีวิต--ถ้าจะพูดให้ละเอียดขึ้นคือ-- นั่งเขียน-เกี่ยวกับ-ชีวิต
เกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลง --ที่แต่ก่อนไม่เคยใส่ใจ ไม่เคยสังเกต-- โลกใหม่--อบใจให้ชีวิตด้านในโยงใย ย้อนมาเชื่อม-ความเป็นอยู่-ของความคิด และอารมณ์ ในโลกของตัวเอง

เพื่อนร่วมงานมักจะถามว่า-- เป็นยังไง ชอบอเมริกามั้ย--จะตอบว่าอะไรดี บางทีก็ดีใจหาย ชอบอเมริกา เหลือหลาย บางทีการต่อสู้กับชีวิตวิ่งนำความชอบ อยากอธิบายว่า การมาอยู่ประเทศใหม่คือการอพยพตัวและหัวใจมาพร้อมๆกัน ชอบ หรือ ไม่ชอบ ไม่ใช่คำตอบสั้นๆ ที่นึกถึง ทุกวันมีความเปลี่ยนแปลง สารพันสี สลับตัด จัดเรียงกัน เหมือนสีรุ้ง

บางวัน มี-เรื่อง-มากระทบใจมากๆ เหนื่อยอารมณ์ ไม่รู้จะทำยังไง เหลือความงุนงงทิ้งไว้ปลายทาง แต่ต้องเดินต่อ ต้องหัดสนุกกับฝุ่นควันที่ฝุ้งตลบอบอวล เปื้อนหน้า เปื้อนตา

บางวัน ชีวิตสมดุล- ไม่มาก ไม่น้อย- สมบูรณ์ดี- วันนั้น สรุปว่า เรื่องเกี่ยวกับชีวิต เจือสีเย็นๆ อบอุ่น สบายตา สงบหัวใจ

ไม่ว่าจะอยู่โลกตะวันออก หรือ ตะวันตก เรามีโอกาสเขียนโลก เขียนเกี่ยวกับชีวิต
ให้ออกมาเป็นภาษาที่มีสีสสร มีเสียง เต็มพลัง ให้ตัวอักษรเดินทางตามประสบการณ์ชีวิต
ดูให้แน่น จับให้มั่น ทั้งหมดคือการเริ่มต้น เขียน--เรื่อง--เกี่ยวกับชีวิต

ใจ-บาน

ถ้าให้โอกาสใจด้านในได้เดินทางไปเรียนรู้ และ ทดลองสิ่งใหม่ ๆ เชื่อมั้ยว่า --ใจจะบาน--
บานเบิก เปิดใจ คือภาวะแรกที่ประสาทสัมผัสได้เรียน แรกยื่นมือออกไป ยืดกายตามคู่ขนาน
ความแปลกใจ ตื่นเต้น เห็นอารมณ์สะท้อน กระทบขอบใจ หมุนไป กลับมา ตามเหตุการณ์ที่เคลื่อนไป
ประสบการณ์ใหม่ๆ--ในต่างแดน-- ทำให้ภาษาแปลกลิ้น คิด เขียน คำ ที่ไม่อยู่ในระบบที่คุ้นเคย เพราะ ภาพ รูป รส เสียง ที่มาสัมผัส ถูกปรุงด้วยวัตถุดิบ สด นานาพันธุ์
หลายครั้ง หลายคน อดคิด อดพูดออกมาว่า--ที่นี่ ไม่เหมือนที่นั่น--
อ้าว มันจะเหมือนกัน-- เป๊ะๆ-- ได้อย่างไร
เราเองก็แอบเฝ้าดู ครุ่นคิด กับคำถามและคำตอบ ที่เปลี่ยนไปตาม--อารมณ์
ถ้าวันไหนใจเบิกบาน--นาน ลึก--ประสบการณ์ต่างแดนเป็นเหมือนผลงานศิลปะ ชิ้นโบว์แดง น่าสัมผัส เฝ้ามองด้วยความยินดี อีกวันที่อารมณ์เศร้าผลัดหน้ามาเป็นเพื่อน วัันนั้น เกิดอาการ --เบื่ออเมริกา--อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

โอ้ ชีวิตด้านใน --ประสบการณ์ใหม่ๆ ไหลเข้าวนออก ในหุบห้วงแห่งความหมัศจรรย์
เศร้าเหงา เบิกบาน อยู่ที่ใจ

Wednesday, February 18, 2009

ทางออก

ฝนมา หิมะโปรยเป็ยปุยนุ่น ปลิวว่อนลงจากฟ้า เปลี่ยนอากาศใสๆให้กลายสีเป็นเทาขุ่น กลบอารมณ์สบายๆ ให้หายไปชั่วขณะ
ฤดูหนาวคือภาพจำลองเหตุการณ์ในชีวิตประจำวันที่อเมริกา เดี๋ยวเฮฮา ร่าเริง เผลอๆอีกแผล็บเดียว ความกังวล สับสน เดินเข้ามาแย่งพื้นที่ มีหลายเรื่องให้ค้นคุ้ย ตามหา อารมณ์ของผู้คนรอบข้าง คนที่ทำงาน
ส่งกระแสถึงอารมณ์ของเรา

ฤดูหนาวมีหลายฉากชีวิตอันท้าทาย และ รุมเร้าใจ กายไม่สุข ทำให้ปั่นป่วนไปถึงชีวิตด้านใน
ต้องรับจัดฉากชีวิตใหม่ ต้องหาทางออก--หาทางคลี่คลาย

นึกได้ว่า ชาหอมร้อนๆ กับขนมอร่อยช่วยให้ผ่อนคลาย
นึกได้ว่า บางครั้งกาแฟเย็น ข้น เข้ม อร่อย ก็ช่วยให้ความหนาวอุ่นขึ้น อย่างไม่น่าเชื่อ
นึกได้ว่า การอ่านหนังสือดีๆ ทำให้หัวใจด้านในสงบสุข มีความหวัง
นึกได้ว่า น้ำอุ่นผสมเครื่องหอม ช่วยอบตัว ล้างความเครียดได้
นึกได้ว่า ทางออก มีหลายทาง ง่ายๆ เงียบๆ ทำได้ เดี๋ยวนี้ ทันที

กลับไปที่ความหนาว เดินฝ่าลมฝนออกไป อีกไม่นาน ฤดูกาลใหม่จะมาหา
ดอกไม้จะผลิบาน หัวใจจะเติบโตไปตามธรรมชาติ อีกวาระหนึ่ง

ชีวิต--มีทางออก--เสมอ

Tuesday, February 17, 2009

ชัยชนะ

ชัยชนะ ง่ายๆ สั้นๆ แสนหวาน คือการหยุดทำสิ่งที่อยากหยุด และ การเริ่มต้นทำในสิ่งที่อยากทำ
ทั้งหมดคือชัยชนะที่เกิดขึ้นจากสงครามเล็กๆ ในหัวใจ ในวิญญาณอันหนืดหน่าย
ชัยชนะ เริ่มต้น ที่การเริ่ม และ การเลิก
แต่กว่าที่จะได้ครอบครอง ชัยชนะ ที่ว่านี้ เราต้องตั้งคำถาม สารพัน เพื่อเป็นข้ออ้างให้กับการผลัดวันประกันพรุ่ง เป็นข้ออ้างให้กับความอ่อนแอของใจ
และก่อนที่ ชัยชนะ จะเดินทางมาหา เราได้รู้จักกับความพ่ายแพ้ อ่อนแอ ผิดหวัง ดั่งเป็นเพื่อนคู่กาย

ทั้งหมดคือเส้นทางที่ผู้ชนะได้เรียน--รู้

รวมศรัทธา กล้าฝัน

วันนี้ นั่งอ่าน เรื่องราวของคน--ไทย และ คนต่างชาติ--ที่ทำความฝันให้เป็นจริง
อิ่มอก ชุ่มชื่นใจลึกๆ นิยม ศรัทธา แอบปรบมือให้ทุกผู้คนที่ไขว่คว้า จับฝัน ไม่ปล่อยไม่วาง
ศรัทธาของคนกล้าฝัน เปลี่ยนคืนวันอันสามัญ ให้พิเศษสุด ด้วยการ-เริ่มฝัน
มองลึกที่หัวใจตนเอง มีความฝัน อันละเมียด ละเอียด อารมณ์--
นั่ง คิด ใคร่ครวญ-- ชีวิตมีหนทาง ให้ฝันเต็ม ฝันงาม ต้องทำ ต้องเริ่ม
ชีวิตเปลี่ยนจุดหมาย ปรับเส้นทาง-- หยุด พัก ค้าง แรม-- หากขาดฝัน ชีวิตก็หมดไปวันวัน พรุ่งนี้ไม่รู้ วันนี้ไม่แน่นอน ให้ความฝันผลักดันปัญญา รวมความกล้าสู้ กล้าเสี่ยง วาดแผนที่ชีวิตพร้อมเปล่งเสียง เปล่งพลัง
ความฝันเป็นหนทาง เป็นขบวนการให้ชีวิตมีสีสรร ให้เสียง แสง เงาในหลืบเงียบ ในซอกมุมของความคิด เริ่มทำงาน--อีกครั้ง อย่างรื่นเริง
ความฝันเป็นตัวเร่งบทสนทนาให้เข้มข้น เตือนวิญญาณว่า มนุษย์ ผู้มีความพยายาม ตั้งมั่น อดทน ย่อมมีโอกาส ชื่นชมผลผลิตจากแรงกาย ย่อมเห็นความฝันแปลงกายเป็นความจริง

ทำไมฝันที่เป็นจริง จึงทำให้หัวใจเต้นได้แรงขนาดนี้

หรือว่าเราเกิดมาเพื่อเผชิญปัญหา เพื่อแปรฝันให้เป็นจริง
หรือว่าเราทุกคนสานฝันให้เป็นจริงได้ เพราะฝันของคนอื่นอาจใกล้เคียงกับฝันของเรา
หรือว่าเราพบความสุข อันนุ่ม หวาน จากการเห็นเหงื่อเป็นรูปร่างใหม่
หรือว่าเราเกิดมาเพื่อชื่นชมความแตกต่างในโลก ความแตกต่างในฝัน--ของเพื่อนมนุษย์
หรื่อว่าเราทุกคน--ทำได้--มากกว่าที่สังคมขีดกรอบไว้-- ให้เดินตาม
หรือว่าเราเกิดมาเพื่อสร้างสรรค์ เพื่อค้นหาภาวะแห่งความสมดุล
หรือว่าการรวมพลังศรัทธา กล้าฝัน กล้าเดินตามทางที่มองไม่เห็น คือรางวัลแห่งความเป็นมนุษย์

Sunday, February 15, 2009

เป็นเพราะ ความห่าง


เป็นเพราะความห่าง--จากบ้านเกิด--หลายพันไมล์-- ความรักในความหลัง แอบเอื้อมมือมาเขย่าจังหวะในชีวิตประจำวัน--ให้ใกล้ชิดติดพันกับความธรรมดาสามัญ มากรอบขึ้น จับจิตติดใจขึ้น

ความห่าง --หย่าขาดจากความเคยชิน--ทำให้การกลับมาพบหน้ากันอีกครั้ง ของ ผู้คน สถานที่ และ เรื่องราวแบบไทยๆ แปรเป็น ปิติ ปรีดา ดั่งที่คนบอกว่า ความไกลกันทำให้หัวใจห่วงหากันยิ่งขึ้น

ความห่าง--รอบล้อมไปด้วยสิ่งใหม่ๆ แปลก หู ตา หน้า ใจ--ทำให้สิ่ง--ธรรมดาๆ--ที่บ้านเกิด--พกพาความวิเศษมาเต็มกระเป๋า เช่น วันก่อน สั่งผัดซีอิ้วมากิน ไม่กี่นาทีถัดมา ก๋วยเตี๋ยวอันสุดแสน-ธรรมดา--ส่งกลิ่นหอม ฉุยๆ เรารีบกวาดเส้นใหญ่ลงท้องไปด้วยความตื่นเต้น ดั่งเด็กน้อยได้ของเล่นชิ้นใหม่ กลัวใครจะมาแย่งของเล่นไปจาก-มือ อิ่มอกอิ่มใจ ไปสามวัน

ความห่าง-- อยู่ต่างแดน--ทำให้การรับรู้ รส และ เรื่องราว ผ่านการกรองในอีกชั้นของความคิด ผ่านวิถีคิดแบบตะวันตก ผสม ตะวันออก บางครั้ง อดหวนหากลับไปสู่ความเคยชินของวิถีไทย--ทำ และ คิด แบบ ไทยๆ ได้สติ ได้ใจความ

เป็นเพราะความห่างจากความปกติ ความเคยชิน เส้นทางในชิวิต จึงมีหลายลีลา หลายอารมณ์หมุนกลับมาให้เล่น ให้ทดลอง อีกครั้ง

Friday, February 13, 2009

ขัดเงา เกลาใจ


ขัดใจให้นุ่ม ให้หอมๆ สะอาดสะอ้่าน อย่าให้ความขุ่นใจ ค้างในกาย ติดตามหลืบซอกร่องนิ้ว ร่องคอ
ปอกให้เกลี้ยง ล้างความสกปรก--กิเลส--ริษยา--ปัดให้ไกลๆตัว ไกลใจ
ล้างหน้า ถูตัว ต้องรวมให้ทั่วล้างใจไปพร้อมๆกัน--ต้องหอมนาน งามนอกงามใสในใจ
สบู่หอมหาง่าย มีขายตามตลาด หยิบก้อนพอเหมาะมือ มาไถถู ไล่ไปตามตัว หัว หู แขน ขา
หาน้ำอุ่น น้ำเย็นราดให้ทั่วตัว สะอาด หอมกาย
สบู่ขัดใจจะซื้อได้ที่ไหน
ใจเบา บาง หวานอ่อน นุ่มให้นาน ต้องหมั่นเช็ด ถู ดู ล้าง
เอาคุณค่า --ความดี--มาเป็นสบู่ขัด วัดใจ ให้ชั้นอันขุ่นข้อง ขมุกขมัว ร่อนออก ทีละหน่อย วันละน้อย
ลอยไปตามน้ำ ตามลำธาร

มองชีวิตให้ลึก ให้เห็นนอก เห็นใน ใจยังไม่งามต้องพยายามขัดให้เงา
ใจผ่อง-ใส สวย สงบ กายจะสบายตามหัวใจ

Thursday, February 12, 2009

เห็นป่าเงียบ


ิิสายๆในวันหยุดหน้าหนาว แดดส่ิงแสงจ้า จับราวตากผ้า รีบยื่นหน้าออกไปรับแสง
สองเท้ายิ่งเหยาะๆ เข้าป่า ใบไม้แห้งร่วงกราว พื้นดินมีใยใบไม้ เป็นพรม--ธรรมชาติ
ป่าเงียบ ผู้คนไปทำงาน-ตามวิถี เราเลือกวันพฤหัส กับ วันศุกร์เป็นวันหยุด แลกกับการทำงานวันเสาร์ อาทิตย์
ชอบเห็นป่าเงียบ ชอบฟังเสียงกรอบแห้งของปลายเท้า แตะ ย่ำ กวาดใบไม้--แห้งๆ
เงียบ ลึกในป่า ทำให้เสียงดังของหัวใจ เด่นขึ้น จินตนาการเริ่มทำงาน ไม่มีกฏเกณฑ์ ไร้ขอบเขต
คิด ถาม เรียน ฝัน มนุษย์ ทำได้ทุกอย่าง ถ้าตั้งหัวใจให้เหมาะที่ ให้เข้าทาง
เห็นป่าเงียบ เห็นหัวใจงดงาม เงียบตามแสงแดดที่ส่องลอดลงไปใต้--พื้นดิน

ชุ่มชื่นหัวใจ


ในทางเดินของชีวิต--รู้สึกขอบคุณที่- มีผู้ร่วมทางเดิน-นับพันๆหน้า-ผ่านมาให้รู้จัก บ้างเป็นผู้ที่ได้รับเชิญ บ้างเดินผ่านมา สะกิดใจ เราแอบชะโงก และชื่นชมชีวิตของเพื่อนร่วมโลก

ชีวิตที่มีความฝันเป็นน้ำมันเติมถังในใจ

หลายปีที่ผ่านมา เห็นคนไทยบ้าง คนต่างประเทศบ้าง--เดินรอบประเทศ --ขี่จักรยานสองล้อรอบโลก-- เห็นเด็กหนุ่มชาวอเมริกันเดินทางไปทั้งห้าสิบรัฐ ทำงานและใช้ชีวิตอยู่อาทิตย์ละรัฐ เพื่อรู้จักผู้คน และวัฒนธรรมอันแตกต่าง--เห็นคนขับเครื่องบินร่อนทั่วทุกทวีป--เห็นคนลาออกจากงานที่มีรายได้เกินใช้ ไปสร้างห้องสมุดทั่วโลก--เห็นคู่หนุ่มสาวสอนให้คนไม่มีบ้าน หัดวิ่ง วิ่ง เพื่อให้ได้ชีวิตใหม่--เห็นหมออาสาสมัครช่วยผู้ป่วยในดินแดนที่หมอคือพระเจ้า--เห็นคนสร้างงาน สร้างร้านอาหาร ร้านกาแฟ เพื่อให้ฝันเติบโต--เห็นคนปกป้องรักษาธรรมชาติอย่างเอาจริงเอาจัง--เห็นคนพยายามต่อสู้กับความอยุติธรรมในสังคม--เห็นผู้ใหญ่อายุแปดสิบมานั่งเรียนภาษาอังกฤษ--เห็นคน เห็นใจ เห็นความดีของใครต่อใครอีกหลายพัน เห็นสังคมที่น่าอยู่

ระหว่างทางเดินต่อ--ในชีวิต-- เรายังจะมีโอกาสได้พบ เห็น รู้จัก และสัมผัสความจริงจังในหัวใจของมนุษย์ที่พยายามปั่น แปลง ปั้น แผนการณ์ที่ร่างไว้บนกระดาษ ให้ไปสู่มิติใหม่ จับ รับ สัมผัสได้ ให้ความจริงจังและจริงใจคือรอยต่อระหว่าง ความฝัน กับ ความเป็นจริง

เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นระหว่างทาง-- ทำให้หัวใจชุ่มชื่นขึ้นมาอีก--ไม่น้อย

ศิลปะ


ศิลปะของการใช้ชีวิต--ในเมืองใหญ่--สำหรับหัวใจคือ การเลือก-ปล่อยวาง- อย่างที่เป็น
วันก่อน ที่ทำงาน มีปัญหาสารพัน คนนี้ป่วย คนนั้นลา หัวหน้าอารมณ์ไม่ดี นักเรียนบ่น
ครูมีปัญหาในการสอน

ถ้าเอาทุกเรื่องที่เกิดขึ้น มาเป็นอารมณ์หลัก มาเป็นปัญหาที่เราต้องแก้ ทั้งหมด--เห็นท่าจะล้น
ชีวิตการทำงานอาจจะโซเซไปอีกสามวัน วันหยุดอาจจะต้องรีบเผ่นหนีออกนอกเมือง--ไป--ไกลๆ
แต่ในเมื่อยังไปไหนไม่ได้ จึงตัดสินใจ สงบๆ ว่า --ต้องเลือก ต้องแก้-ทีละปัญหา--
ใครป่วยมาก ถึงขั้นโคม่า หมอจะรีบดูให้ก่อน คนที่ยังพอมีลมหายใจ ต้องให้ความศรัทธาทำงานให้มากขึ้น
เราช่วยแก้ได้-ดูได้-ทีละปัญหา--เท่านั้น--

ศิลปะในการเลือก คือวิถีในการทำงาน ในการใช้ชีวิต
เราเป็นผู้เลือกอารมณ์ขุ่นมัว หรือ ผ่องใส อยากให้ชีวิตมีสมดุล พอดี พอดี หรือ ข้นล้นจนรับไม่ไหว เราเลือกเอง

ตัด จบ ทำใจให้สงบ เลือก หยิบ คัด จับ ดู วาง ที่ทางของปัญหาและอารมณ์-ให้มีศิลปะ

Sunday, February 8, 2009

เรียนให้สนุก


บนเส้นทางที่แตกต่าง มีความฝันเป็นแผ่นดินที่สอง ที่รองรับหัวใจ-ให้ความอบอุ่น
ให้ความคิด เติมแรงบันดาลใจ หวังให้คนไม่หยุดเรียนรู้
สายวันนี้ นั่งสังเกต นักเรียน-ผู้ใหญ่-ที่ตั้งหน้าตั้งตามาเรียนภาษาอังกฤษที่โรงเรียน
แก๊งค์ผู้ใหญ่ขโมยหัวใจเด็ก--เด็กผู้ใฝ่รู้ -- มาสวม มาใส่
แอบถามพี่ๆคนไทยสาม สี่ คนที่มานั่งเรียนภาษาอังกฤษขั้นพื้นฐานที่นี่ว่า--เป็นยังไง
"ชั้นเรียนเป็นยังไงบ้างคะ" --เรารีบถามด้วยความตื่นเต้น
พี่ๆ หนุ่มบ้าง แก่บ้าง ทั้งหมดสาม สี่คน อมยิ้ม มองหน้ากันเลิกลั่ก ตอบว่า--"เออ สนุกดี แต่ไม่รู้เรื่องเลย"--
เราทั้งห้าคน ขำกลิ้ง หัวเราะก๊าก ออกมาพร้อมๆกัน เสียงหัวเราะดังลั่นทางเดิน-ระหว่างห้องเรียน

พี่ๆสองคนแอบกระซิบบอกว่า อยู่ที่เมืองไทยจบแค่ ประถมสี่ อ่าน เขียนภาษาไทยได้ก็ดีแล้ว
ถามว่าภาษาอังกฤษ เป็นยังไง คำตอบมีง่ายๆว่า ต้องเริ่มตั้งแต่ต้น
อดคิดถึงตัวเองไม่ได้ว่า ถ้าต้องไปเรียนภาษาต่างประเทศ ตอนอายุสี่สิบ ห้าสิบ คงสนุกปนท้าทาย
เข้าใจลึกซึ้งถึงความยาก--ความชัน--ความลำบาก--ใจ ที่จะต้องมาเข้าชั้นเรียน
เริ่มหัด อ่าน เขียน ภาษาอังกฤษ แต่ด้วยความจำเป็น และความสำคัญของภาษาที่จะกำหนดชะตา
พาชีวิตไปสู่ทิศใหม่ ไปสู่ทางออกที่ดีกว่า ไปสู่อาชีพที่มีรายได้ที่เหมาะสม ไปสู่การพึ่งพาตนเอง

การเรียนรู้ต้องเริ่มเดี๋ยวนี้ หัดทีละน้อย วันละหน่อย วันละคำ ไม่หยุด ไม่ถอย
เรียนให้สนุก ถ้ายากต้องฝึกให้เยอะ ยิ่งฟังยิ่งเข้าใจ ยิ่งอ่านยิ่งรู้ ยิ่งเขียนยิ่งชำนาญ ยิ่งพูดยิ่งชิน
ที่สนุกที่สุดคือ เห็นผู้ใหญ่มานั่งเรียน เห็นคนอยากมีความรู้ มีประสบการณ์--ในชีวิต
ตื่นเต้นที่เห็นภาษาอังกฤษเป็นสื่อนำความต่างมาใกล้กัน
ผู้คนมาจากทั่วโลก ต่างระดับ ต่างชาติ ต่างภาษา มานั่งในห้องเรียนสี่เหลี่ยม ร่วมกัน

บนเส้นทางที่แตกต่าง ขอให้ทุกคนจงเติบโตไปตามจังหวะ ช้า เร็ว ที่ตนเองถนัด ที่เลือก
ขอให้เรียนให้สนุก--ให้เข้าใจ
ชีวิตมีทางทอดยาว เหมือนสายน้ำเจ้าพระยา สาละวิน
บางทีอาจจะต้องเลี้ยว ลัดเลาะ ตามเกาะแก่ง เพื่อให้พบทางดิ่ง-ตรง-ข้างหน้า
บ้างไหลเชี่ยว บ้างไหลช้า ขอให้ตามไป ตามชีวิตไป ให้พบแผ่นดินที่สอง
ที่ให้โอกาสเรียน--รู้--มีประสบการณ์ในชีวิต--สนุกๆ

Saturday, February 7, 2009

มองอเมริกา


คิดเงียบๆ คนเดียวว่า ถ้าอยากเข้าใจอเมริกาต่างมุม บางทีอาจจะต้องหัดมองอเมริกาให้มากกว่าที่เห็น
ถ้าอยากมองให้มากกว่าที่เห็นอาจจะต้อง ขยับออกไปนอกรัศมีอเมริกา เพื่อที่จะให้โอกาสแว่นขยายทัศนติทำงานได้ชัดขึ้น-คล้ายๆกับการออกไปอยู่นอกวงเพื่อที่จะเห็น เหลี่ยม มุม รอบ ด้าน ถนัดถนี่ กระชับตา

เหมือนกับการเห็นเมืองไทย-ต่างมุม--เมื่ออพยพกายา ไปอยู่ต่างแดน เหลียวหลังกลับมองหลังคาบ้าน-เกิด
ภาพสะท้อนจากสายน้ำ ปนกับทัศนคติแบบตะวันตก ทำให้เมืองไทย แผ่นดินเกิดมีคุณค่า แปลก ละเมียด สะเทือนใจ

Friday, February 6, 2009

ชอบจังหวะไอริช



ฟังจังหวะ ทำนองสอดเสียงเพลงจากนักร้องชาวไอริช สีไวโอลิน ฮึมฮำทำเพลง ผสมเครื่องสาย-- กีตาร์
เล่นเพลงฝรั่ง แบบนักดนตรีมืออาชีพผู้ทุ่มเทวันและคืนให้กับการเขียนเพลง บรรเลงให้เพราะ ให้จับหู ติดใจ
นั่งฟังเพลงด้วยความรู้สึกสากล ปนความรู้สึกธรรมชาติสดๆ--ดิบๆ- เพลงช่วยให้ใจอันขุ่นมัว ผ่อนคลาย
เพลงเพราะๆสลายความหนืด เพิ่มความสุขเล็กให้หัวใจ บางทีการไม่เข้าใจเนื้อเพลง ก็ช่วยให้ใจจดจ่อกับจังหวะสนุกๆได้มากขึ้น

แค่นี้ก็พอ

เพลงส่งเสียง ให้เพื่อนมนุษย์ฟัง ด้วยความเป็นกลาง มีความเป็น--นานาชาติ--ผสมอยู่ทุกอณูของตัวโน้ต
คนทำเพลง เล่น แต่ง ร้อง จะหยิบภาษาใดมาใส่จังหวะที่สนุกๆ ผู้ฟังก็ย่อมได้รับความเพลิดเพลิน
จากการวิ่งเล่นของตัวโน้ต ผสมการกระทบ--กระทั่ง--ของเครื่องดนตรี นานาชนิด ไม่ว่าจะ ดีด สี ตี เป่า
จับมาเล่น มาเลี้ยง

แค่นี้ก็พอ --

กับความสุขใจแบบไอริช อ้อ เกือบลืมบอกไป นักร้องวัยปลายสามสิบ หนุ่มหน้าสะอาดคนนี้ชื่อ
ชื่อแอนดรู เบิร์ด Andrew Bird!!!!

Thursday, February 5, 2009

โชคในสงคราม


สองมือหยาบเหี่ยว กระด้าง เพราะลมหนาวไล่ความสด-ไกลจากตัว แอบมองหนังมือแห้งๆ ของตัวเอง
ลูบผ่านตัวอักษรภาษาที่มีหน้าตา สวยประหลาด บนกระดาษสีขาวซีดๆ เราอ่านต้นฉบับไม่ออก เพราะเป็นภาษาในทวีบแอฟริกา แต่เข้าใจข้อความในจดหมายฉบับแปลภาษาอังกฤษว่า "ขอบคุณ---มากๆที่ช่วยให้ความสนับสนุนตลอดมา หลังจากที่เข้าอบรมกับโครงการหนึ่งปี ตอนนี้มีงานทำ มีเงินซื้ออาหารให้ลูกทั้งเก้าคน มีอาชีพ สุขภาพดีขึ้น มีความหวังในชีวิต-มากขึ้น อยากบอกว่า ขอขอบคุณจากใจจริง----ขอให้พระเจ้าคุ้มครอง---"

มีจดหมายนับพันฉบับที่มีข้อความลักษณะคล้ายๆกัน เขียนจากผู้หญิงที่มาจากหลายๆประเทศที่กำลังมีสงคราม ประเทศที่การข่มขืนคืออาวุธทางสงครามที่ฝ่ายตรงข้ามใช้เป็นกำลังข่มขู่ ผู้หญิงที่อ่านเขียนแทบไม่ได้ ผู้หญิงที่วิ่งหนีเสียงระเบิด สงครามนำความหายนะมาสู่ร่างกาย และจิตวิญญาณ เสียงของสงครามดังมากจนไม่อาจคาดเดาได้ว่าระเบิดลูกต่อไปจะพรากลูกน้อยไปจากตนเอง หรือไม่

จดหมายดังกล่าวเป็นจดหมายขอบคุณที่ผู้หญิงที่เป็นเหยื่อของสงครามเขียนขอบคุณผู้มีอุปการะ ที่ส่งเงินให้ในแต่ละเดือน เพื่อเริ่ม สร้าง ชีวิตใหม่

สงครามนำมาซึ่งโศกนาฏกรรมแห่งชีวิต คนที่ไม่เคยได้ยินเสียงปืน เสียงระเบิด ไม่อาจล่วงรู้ความหนัก หน่วง ความปวดเจ็บ รวดร้าวใจของผลกระทบที่เกิดขึ้น ผู้หญิงที่เป็นเหยื่อของสงคราม เหยื่อของกาม-ถูกข่มขืน--มากกว่าหนึ่งครั้ง--ตัวตนและความภูมิใจในชีวิต แยก แตก สลายเป็นล้านๆเสี่ยง

ต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ในการรักษาใจ ถนอมร่างกาย ให้กลับมาดังเดิม

สงครามอาจไม่จบลงง่ายๆ --ไม่มีผู้หญิงคนใดนิยมสงคราม --เมื่อไม่อาจหยุดเสียงระเบิดได้
เหยื่อสงคราม -ผู้หญิง-ต้องหาทาง-หาโชค-หางาน สร้างอาชีพ ชีวิตไม่อาจหยุดนิ่ง ต้องหาโชค
ชีวิตไม่อาจ ทนดูความหิวโหยมาพรากลมหายใจไปจากร่างอันผอม แคระ
ชีวิตที่ถูกทารุณ คืออดีตที่ต้องเดินผ่านไป ต้องทิ้งความสิ้นหวัง ความโศกเศร้า
ชีวิตที่การดิ้นรนหาอาหารมาใส่ท้องในแต่ละวัน คือภาระกิจที่ยิ่งใหญ่ มีอาหาร มีกำลัง
ชีวิตที่มีกำลัง จะเริ่มหาฝัน หาความหวัง

โชคจากสงคราม คือโชคใหม่ในชีวิต ไม่ว่าความเจ็บปวดจะลึกแค่ไหน
ผู้หญิงที่เป็นเหยื่อ--ของสงคราม--ต้องกระโดดผ่านไปให้ได้ ไปให้ไกลๆ
ไกลกว่าเสียงระเบิด ไปหาโชค-ใหม่--ในชีวิต

ระหว่างทางกลับ-ในใจ


ก่อกองทรายในใจ ก่อชีวิตใหม่ในต่างแดน หมุนไปตามดวงอาทิตย์ ให้หิมะปกเปียกร่องรอยเท้า
ให้ประสบการณ์สอนหัวใจ วันสั้นคืนยาวคือวันในหน้าหนาว
วันก่อนอ่านจดหมายของเพื่อนชาวอเมริกันที่ใช้ชีวิตอยู่ต่างแดน--ประเทศไทย-- นานกว่าเจ็ดปี
สอนหนังสือ เขียนหนังสือ อยู่ที่จังหวัดภูเก็ต น้ำเค็มของทะเลมีเสน่ห์เหลือหลาย ยิ่งอยู่ใกล้ ยิ่งได้ใจ
เพื่อนสงสัยว่า ชีวิตที่อเมริกาเป็นยังไง คำถามถูกใจ
ใครๆที่ต้องมา/ต้องไปอยู่ประเทศใหม่ ไม่ว่านานแค่ไหน ด้วยเหตุผลอะไร ต่างมีคำตอบที่น่าสนใจ มีหลายมุม นั่งอมยิ้มอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ ก่อนที่จะเขียนตอบเพื่อนไป ดังนี้

"สวสัดีจ๊ะ ชีวิตน่าสนใจเสมอ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน เราโชคดีที่ได้ทำงานประจำ เป็นผู้อำนวยการองค์กรเล็กๆที่ช่วยสอนภาษาอังกฤษให้คนพลัดถิ่น มีนักเรียนมาจากทั่วโลก เบนเรียนหนังสือ เตรียมตัวเป็นนักเขียน เดินมาครึ่งทางแล้ว ต้องเดินต่อไปอีกให้ครบ คาดว่าจะเรียนจบเดือนพฤษภาคมปีหน้า เราสองคนคงยังไปไหนไม่ได้จนกว่าเบนจะเรียนจบ พยายามใช้เวลาว่างในวันหยุด เดินเข้าป่า ขี่จักรยาน ไปพิพิธภัณฑ์ อ่านหนังสือ แสวงหาอาหารอร่อยๆจากทั่วทุกมุมโลก เป็นอาสาสมัครช่วยผู้หญิงที่ได้ัรับผลกระทบจากสงคราม พยายามสังเกตดูผู้คน สนุกกับชีวิต ตามอัตภาพ เมื่อไหร่จะมาเยี่ยม-- คิดถึงเสมอต้นเสมอปลาย"

จิ้มปุ่ม "ส่ง" ส่งไปแล้ว หวนคิดถึง ทางเดินกลับในใจ--ตัวเอง--มากขึ้น

คนที่อยู่ระหว่างสองประเทศ อยู่ระหว่างทางเดิน มักมีคำถาม ตั้งคำถามให้กับตัวเองบ่อยๆ บางครั้งอดสงสัย หรือไม่แน่ใจว่า อยู่ที่ไหนดีกว่า ทำอะไรดี ชีวิตควรจะเป็นแบบไหน สิ่งที่เห็นและเป็นอยู่ เป็นสิ่งเดียวกับสิ่งที่อยากให้เห็นและเป็นใช่มั้ย ทำไมคนที่นี่ทำแบบนี้ คิดแบบนั้น พูดแบบนี้ดีมั้ย
คำตอบล่องลอยอยู่ในอากาศ เหมือนเพลงของบ็อบ ดีแลน
ระหว่างทางกลับ--บ้าน--ในใจ มีคำถามของเพื่อนชาวอเมริกันดังก้องในหัวใจ
ชีวิตเป็นยังไง--

Sunday, February 1, 2009

เค้ก ขนมอร่อย


อร่อยขนมเค้กแครอท อบใหม่สด ล้นออกมาจากเตาอบวางบนถาดไม้ ในตู้กระจก เห็นเงาเวาวับ
ร้านนี้ ชื่อดี Open City คนแน่นทุกชั่วโมง เจ็ดวันไม่มีปิด
กลับจากทำงานวันนี้
ท้องร้องเรียกหาขนมฝรั่งอร่อย ตั้งเตาเตรียมต้มชา Earl Grey วิ่งแจ้นลงไปซื้อเค้กข้างบ้าน
ไม่น่าเชื่อว่า ส่วนผสมหลัก ธรรมดาๆ หาได้ง่าย--แป้ง น้ำตาล ไข่-- จับมาคน เคล้า คน ผสมกลมกลืน
ใส่ใจในการอบ ให้ความร้อนถ้วนทั่ว อุณหภูมิพอเหมาะ เพิ่มรส เติมกลิ่น อบไปจนได้ที่
ให้เวลากับทุกสิ่ง ให้แป้ง ไข่ น้ำตาล เริ่มทำความรู้จัก--กันและกัน-- ผูกมิตรติดกัน
กลิ่นหอมหวานของน้ำตาล แป้ง ไข่ รวมหัวใจ รวมตัวเป็นก้อนขนมเค้กที่ขัดเกลา
ถั่วชนิดต่างๆ ผลไม้สด ผลไม้แห้ง เครื่องเทศ เป็นตัวประกอบ เสริมหน้าตา เสริมรสชาด
ใครชอบแบบไหน กินแบบนั้น ไม่มีการบังคับ ไม่มีการผูกขาด
แต่งเติมหน้าเค้กอีกหน่อย ความอร่อยกำลังสอง เดินมาเต็มจานของหวานอาหารฝรั่ง
แปลกที่แปลกใจ อยู่เมืองไทยไม่คลั่งเค้ก เพราะมีขนมไทยหลายล้านชนิด ให้เลือกดม ชม กิน
ย้ายถิ่นมาไกลบ้าน ยกฐานอาหารจากเมืองไทยมาไม่ได้ทั้งหมด
ต้องปรับตัว ปรับ--ใจ-- ต้องเลือก หัดพอใจในสิ่งที่มี เห็น และ เป็น
ไม่มีบัวลอยไข่หวาน ลูกชุบ ตะโก้เผือก ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง มาล่อพุง
แต่มีขนมเค้กสุดหวาน มันส์ อร่อย มาใกล้ตา เดินผ่านหน้าร้าน มองทะลุกระจกบานใสใหญ่
เห็นเค้กแครอทสดใหม่ ขนมเค้ก-- ขนมไทย--ตอนนี้ มีอะไรก็อร่อยทั้งนั้น
หวานๆมาล่อปาก ล่อใจ แป้ง น้ำตาล ไข่ ยังเป็นตัวชูโรง สำหรับมื้อนี้

ขนมเค้กเป็นผลผลิตของความคิดสร้างสรรค์ เกลา เคล้าด้วยความกระหายใคร่รู้ ควรคิด ใคร่กินของมนุษย์
บางทีสิ่งธรรมดา หาง่ายๆในชีวิต ผสม บ่มให้ข้นในท้องฟ้าแห่งจินตนาการ จับมาผสม เติม ตัด แต่ง ต่อ
เราจะได้--เรียน--รู้จัก มากกว่าขนมเค้ก
บางทีเราอาจจะได้เห็นหัวใจ--อันแสนหวาน ของตัวเอง และ คนรอบตัว

About Me

My photo
almost reaching her 40 and she is very happy to be able to wake up everyday, learn and live a good life.